เคล็ดลับการเงิน

1455063513

หลักในการ เก็บเงิน ที่ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด !

เพราะปัจจุบัน มีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบุคคลหรือ ครอบครัว เพราะทุกอย่างสมัยนี้อะไรก็แพง รวมถึงการใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยที่มีทั้งความจำเป็นและไม่จำเป็นอยู่มาก อย่างมือถือที่บางคนมีแล้ว แต่เมื่อเห็นรุ่นใหม่ๆออกมา ก็ต้องหาทางซื้อมาเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเทรนด์ ทำให้การเงินอาจจะไม่คล่องตัวและทำให้กลายเป็นหนี้สินในที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เงินในทางที่ผิด และฟุ่มเฟือยเกินเหตุ หรือใช้เงินเกินตัวโดยไม่จำเป็น ยิ่งหากเป็นหนี้เป็นสินด้วยแล้ว แถมยังไม่ทำให้มีเงินเก็บสักที ซึ่งหากมีการจัดตารางการใช้เงิน การ เก็บเงิน และการแบ่งเงินเป็นสัดส่วน ก็จะทำให้การใช้จ่ายของคุณเป็นไปอย่างเพียงพอและไม่เป็นหนี้สิน
หลักการออมให้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต

การประหยัดเพื่อการออมเงิน เป็นการพัฒนาชีวิตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการ ออมเงินหรือออมทรัพยากรอื่นๆ รวมทั้งการออมชีวิตที่สามารถจัดการได้ด้วยตัวคุณเอง และสามารถแยกให้เห็นเป็นเรื่อง ๆ อย่างทางด้านเศรษฐกิจซึ่งหมายถึงกิจที่ประเสริฐ คือ เป็นกิจหรือสิ่งที่ช่วยทำให้การใช้ชีวิตดำรงอยู่และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีการพัฒนาชีวิตให้เจริญและให้สูงขึ้น ได้ทำการประกอบอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภค หรือเพื่อแจกจ่ายแก่เพื่อนบ้าน รวมถึงการปลูกผักเพื่อจำหน่ายให้ได้เงินมา  นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแลกกับปัจจัยด้านอื่นได้อีก อย่างยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ เรียกได้ว่า เป็นเรื่องกิจกรรมการประหยัดที่เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องของการผลิต การแจกจ่าย รวมถึงการบริโภค ที่มีเงินเป็นตัวกลางของการแลกเปลี่ยน  ทำให้มีความสำคัญต่อการดำรงชีพสูง เมื่อได้เงินมาก็ต้องรู้จักประหยัดและรู้จักออม เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสิ่งของและปัจจัยในการดำรงชีพต่อไป


หลักการออมทางด้านสังคม

หากมีการรวมกลุ่มในการออม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน รวมถึงจังหวัด ที่มีหลายจังหวัดหรือหลายหมู่บ้าน ปฏิบัติกันอยู่ขณะนี้ ซึ่งเท่าที่เห็นคือจะมีผลดีด้านสังคม ซึ่งการออมในลักษณะนี้ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันทำให้คนในกลุ่มมีความนึกถึงกันมีความเอื้ออาทรต่อกัน ซึ่งการออมจะเป็นการลดรายจ่ายวันละ 1 บาท ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนที่เป็นสมาชิกมีความคิดและความเอื้ออาทรต่อเพื่อนสมาชิก และต่อผู้ด้อยโอกาสรวมถึงผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้  ถ้าได้ปฏิบัติกานออมอย่างจริงจังก็จะช่วยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวของคุณ และชุมชนได้


หลักการออมด้านวัฒนธรรม

ซึ่งกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ยึดถือและมีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย ในเรื่องของการออมที่มีวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีสาระทั้งที่เป็นความรู้ และความคิด รวมถึงการปฏิบัติที่มีแบบแผนที่แน่นอน และหากมีการทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความดีแก่ผู้ปฏิบัติซึ่งจัดได้ว่าเป็นการออมแนววัฒนธรรม โดยพฤติกรรมการออมในกลุ่มชุมชนจะเน้นทางด้านกิจกรรมการออมมากกว่า จัดได้ว่าเป็นวัฒนธรรมสำคัญของชุมชนได้อย่างหนึ่ง ซึ่งเนื้อในของการออมเงินของชุมชนนั้นจะมีองค์ประกอบที่มีความเป็นวัฒนธรรมอย่างครบถ้วน คือมีทั้งองค์ความรู้  และวิธีปฏิบัติ รวมถึงผลของการปฏิบัติที่ชัดเจน โดยจะให้ประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติทั้งทางด้านกาย ด้านใจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ


การออมเพื่อการศึกษา

เพราะภาพรวมทางกระบวนของการออมเพื่อการศึกษาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ และการฝึกตนเอง ซึ่งผู้ที่ทำการออม หรือเป็นสมาชิกกลุ่มเพื่อการออมจะต้องรู้หลักคิด รวมถึงหลักการและหลักปฏิบัติ และผลลัพธ์ที่พึงได้พึงมี ซึ่งการที่ทุกคนเดินเข้าสู่กระบวนการออมนี้ได้ชื่อว่าเป็นการเดินเข้าสู่กระบวนการทางการศึกษา ซึ่งทำขึ้นเพื่อพัฒนาตนเอง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ต่างก็มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ และได้รับประโยชน์ส่วนนี้อย่างครบถ้วนโดยที่ไม่รู้ตัว และจะพบว่าตนเองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งด้านการรู้ ความคิด การพูด และการกระทำ


การออมด้านทรัพยากรธรรมชาติแวดล้อม

หากพูดถึงการออมทรัพย์สินทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เท่ากับการออมชีวิต ที่เงินทองจะมีความหมายก็เพราะมีสิ่งนี้ และในเมื่อไม่มีสิ่งนี้ เงินทองก็หมดความหมาย และกลายเป็นเศษกระดาษไป เศษโลหะที่กินไม่ได้ จะสามารถ ช่วยชีวิตมนุษย์ไม่ได้ และการใช้เงินเพื่อจัดการทรัพยากรเพื่อให้คงอยู่ในภาวะปกติ จึงถือเป็นเรื่องต้องคิดต้องทำ เพราะว่ายังต้องอาศัยดิน น้ำ ป่า เขา และพืช  โดยสัตว์เหล่านั้น ต่างก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อทุกอย่างถูกทำลายลง ภาวะเช่นนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยอันใหญ่หลวงที่ได้เกิดขึ้นกับมนุษย์แล้ว เพราะการที่มนุษย์ได้พัฒนาได้ ก็โดยอาศัยสิ่งเหล่านี้

ด้านการพัฒนาชีวิตนั้น การออมถือได้ว่าเป็นเรื่องของการรู้ การคิดรวมถึงการกระทำ ซึ่งการออมที่เริ่มด้วยการเรียนรู้เรื่องสัจจะก็คือการที่รู้จักความจริงรู้ความคิดและคำพูด ซึ่งเป็นการเรียนรู้เพื่อได้รู้จักตัวเอง และรู้จักความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผู้คนในครอบครัวหรือในส่วนของชุมชน ซึ่งหากได้ศึกษาให้ลึกลงไปในสัจจะของชีวิตทั้งที่ตนเองและผู้อื่นด้วยแล้ว ก็จะช่วยเพิ่ม ประโยชน์ให้อีกมากมาย 


1454971797

ถ้ามี เงิน 15,000 ลงทุนอะไร ได้บ้าง ?

 หลายคนที่บอกว่า ปีที่ผ่านมาคือการเผาหลอก แต่ปีนี้เผาจริง ซึ่งอาจจะตรงกันข้ามกับหลาย ๆ คนก็เป็นได้ เพราะแค่การเผาหลอก ธุรกิจบางประเภทก็ไหม้เป็นจุลไปแล้วก็มากมายนัก แต่ก็มีธุรกิจบางอย่างที่ลงทุนน้อย อาจจะมี เงิน 15,000 ลงทุนอะไร ได้หลายอย่างอย่างธุรกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้งอีกธุรกิจหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามกันไปหรือหลายคนที่อยากจะลองทำแต่ไม่กล้าและกลัว ก็ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่า คนที่เขาประสบความสำเร็จที่มายืนอยู่จุดจุดนี้ได้ ก็คิดแบบนี้มาก่อนทั้งนั้น แต่แล้วทำไมเขาถึงได้ทำกันได้ และทำได้ดีเกินคาดกันอีกด้วย คุณคงกำลังสงสัยใช้ไหมว่ามันคือธุรกิจอะไร

ธุรกิจที่มี เงิน 15,000 ลงทุนอะไร ได้อย่างแรกนั้นคือ ธุรกิจความสวยความงาม การทำธุรกิจความสวยความงามนั้น ตามกระแสที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติการณ์ที่การตลาดในด้านนี้ลดลงเลย เพราะทุกวันนี้เราจะสังเกตได้ว่า คนวัยสามสิบขึ้นไป ยังมีหน้าตาผิวพรรณที่สวยงามไม่แพ้สาววัยยี่สิบต้น ๆ กันเลย ด้วยเครื่องสำอางและครีมบำรุงต่าง ๆ ที่หยุดความแก่ ชะลอความชราของเราลงได้ จึงทำให้หลายคนที่ต้องการความสาวเยาว์วัยแบบนี้จะต้องสรรหาของดีมาประจำตัวกันไว้


ธุรกิจนี้จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับคนที่ไม่กล้าเริ่มลงมือทำก็ต้องบอกว่า เป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กันก่อนก็ได้ เมื่อคุณมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันแล้วก็ต้องบอกว่าเงินทองความมั่งคั่งจะมาหาคุณแบบที่คุณไม่ได้ตั้งใจ ไม่แพงแค่นี้ที่สามารถใช้เงินลงทุนน้อยที่ทำได้ ก็มีธุรกิจอย่างอื่นก็มีเช่นกันอย่างเช่น


1.ธุรกิจขายของตลาดนัด

ตลาดนัดในขณะนี้ถือว่าเติบโตเป็นอย่างมาก คนมีพ่อค้าแม่ค้าเกิดขึ้นทุกวันเพราะด้วยเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด และก็มีโอกาสทำเงินสดได้ทุกวันด้วยเช่นกันอย่างเช่นการขายของจำพวกอาหาร ไม่ว่าอาหารของคุณนั้นจะเป็นแบบไหนก็ตามแต่ คุณสามารถขายได้อย่างแน่นอน ตรงนี้ถ้าสินค้าของคุณมีราคาที่สูงสักหน่อยก็ต้องหาทำเลที่ดีด้วยเช่นกัน หรือจะเป็นการขายน้ำ ขณะนี้ก็จะขายได้ดีและขายได้มากขึ้น เพราะสำหรับคนที่ขายน้ำนั้นไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ขายได้ทั้งนั้น


2.เล่นหุ้น

การลงทุนเล่นหุ้น คุณก็สามารถใช้เงินลงทุนไม่มากด้วยเช่นกัน ขณะนี้คำถามที่คุณได้ถามมาว่าเงิน 15,000 ลงทุนอะไรได้บ้างคำตอบนี้ถือเป็นคำตอบที่ยอดฮิตที่สุด เพราะปัจจุบันการเล่นหุ้นได้ขยับการลงทุนให้น้อยลงมาทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้ามาศึกษากันได้แล้วด้วยเช่นกัน บางคนก็เข้ามาเล่นอย่างเต็มตัว ทำรายได้ต่อสัปดาห์ ต่อเดือน มากกว่าเงินเดือนก็มี ถือว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อย แต่การลงทุนมีความเสี่ยงต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน


3.ลงทุนกับสลากต่าง ๆ

ปัจจุบันมีสลากออมทรัพย์ออกมามากมาย บางคนก็ทำการซื้อเป็นเงินออมไว้ก็มากแต่สำหรับคนที่มีเงินฝากมาก ๆ นั้นจะนิยมใช้วิธีนี้มากที่สุด เพราะเงินที่ฝากก็จะไม่สูญหายและยังได้เงินปันผลที่มากด้วยเช่นกัน เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย ถึงแม้ว่าผลตอบแทนกับเงินมีอยู่ขณะนี้อาจจะดูไม่มากนักแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ไม่มีคำว่าขาดทุนแน่นอน


4. ร่วมลงทุนกับผู้อื่น

ถ้าคุณคิดว่าเงินที่คุณมีอยู่ขณะนี้ไม่มากพอทำอะไรได้ หรือคุณอาจจะไม่มีเวลาในการบริหารเงินเหล่านี้ก็อาจจะทำการลงทุนกับเพื่อนหรือผู้ค้าทางธุรกิจอื่นได้เช่นกัน คุณก็จะทำเงินได้และก็มีโอกาสโตทางธุรกิจด้วยเช่นกันอย่างในกรณีของ Facebook ที่ตอนแรกก็เป็นการร่วมลงทุนกันไม่มากนักและก็ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook ขนาดคุณเองก็ยังใช้ด้วยเช่นกัน


5. ขายของผ่านระบบออนไลน์

การขายของผ่านระบบออนไลน์นั้นถือว่ามีข้อดีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสต็อกของหรือการโชว์สินค้าหรือจะเป็นในส่วนของการเช้าพื้นที่ขายสินค้า ซึ่งตรงนี้จะประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก บางคนก็มีรายได้จากตรงนี้ตั้งแต่ก่อนจะเรียนจบเลยด้วยซ้ำ และต้องบอกว่าการทำงานอาชีพนี้กำลังได้รับความนิยม เงิน 15,000 ลงทุนอะไรดี ตรงนี้ก็อาจจะเป็นคำตอบให้กับคุณได้ดีด้วยเช่นกัน การเลือกขายของออนไลน์ก็เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณชอบได้เลยอย่างเช่นผู้หญิงก็อาจจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ผู้ชายก็อาจจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่งรถหรือ ของสะสมเป็นต้น


ไม่ว่าคุณจะเลือกทำอาชีพเสริมอะไรก็แล้วจะ เงิน 15,000 ลงทุนอะไรที่คุณได้ถามมาว่าสามารถทำอะไรได้บ้างก็ต้องบอกว่าแล้วแต่คุณจะชื่นชอบในสิ่งที่คุณกันด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงาน คือการลงทุนด้วยใจ ถ้าคุณไม่ลงทุนด้วยใจหรือเรียกว่าใส่ใจไม่มากพอ ไม่ว่าจะทุนเท่าไหร่ก็อาจจะไม่พอได้เช่นกัน แต่บางอย่างคุณก็อาจจะลงทุนไม่มากนักแต่ก็สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่นานด้วยเช่นกัน ตั้งใจทำทุกอย่างที่ได้ตัดสินใจทำลงไปแล้ว ไม่ว่าช้าหรือเร็วคุณก็ประสบความสำเร็จแน่นอน เปิดโอกาสให้กับตัวเองตั้งแต่วันนี้ แล้วก็ลงมือทำได้เลยไม่ต้องรอ
1454892980

นักเรียน-นักศึกษาเริ่มบริหารเงินเก็บให้มีผลรายได้เยอะ

นักเรียนส่วนมาก แค่คิดว่า วันๆ จะทำอะไร เรียนเสร็จแล้วจะไปไหน กับใคร ใครทำอะไรในเฟสบุ๊คบ้าง แค่นี้ก็วุ่นวายทั้งวันแล้ว แทบจะยังไม่คิดถึงเรื่องการเก็บออมเงิน หรือ การบริหารเงินเลยด้วยซ้ำ แต่ว่า รู้อะไรไหม เป็นนักเรียนก็สามารถเริ่มบริหารเงินเก็บ ให้เงินเก็บช่วยเราสร้างรายได้แล้วนะ!

คนเราส่วนใหญ่ มักจะคิดว่าจะมีเงินเก็บได้ก็ต่อเมื่อเริ่มทำงาน มีงานทำ ก็มีเงิน มีเงินก็(หวังว่า)จะมีเงินเก็บ ส่วนนี้จะต้องขอชมเชยการเลี้ยงดูของพ่อแม่ต่างชาติบางชาติ เพราะว่าจะคอยสอนให้เด็กๆ หัดทำงานหาเงินเองตั้งแต่ยังเล็ก อาจจะเป็นงานเล็กงานน้อย ส่วนใหญ่ก็อาจจะเป็นการตัดหญ้า เป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ (อันนี้บ้านเขาทำได้ บ้านเราทำไม่ได้) เป็นต้น
 
การเริ่มเก็บเงินนั้น จริงๆ เป็นเรื่องง่ายถ้าเทียบกับการเรียนในสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนควรเพิ่มไว้ในบทการเรียนการสอน แต่ก็ไม่มีการมีเงินเก็บ เริ่มเพียงแค่การออมก่อน ใช้ ไม่ใช่ใช้ก่อน แล้วเก็บที่เหลือ แต่เป็นการออมเงินก่อนแล้วเงินที่เหลือจากการออม ค่อยนำไปใช้ เหมือนไม่ยาก แต่พูดง่ายกว่าทำสำหรับหลายๆ คน แต่วิธีการที่ง่ายที่สุด คือการออมก่อนใช้ ค่อยให้มีการควบคุมรายจ่ายควบคู่กันไป โดยทำการแบ่งเงินที่ได้มาออกเป็นส่วนๆ คือ เงินออม (จะให้ดีเงินให้พ่อแม่) 15-20% ค่ากินค่าอาหาร 25% ค่าเดินทางไปโน่นไปนี่ไปนั่นสัก 20% งบประมาณบันเทิง (เที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง กินข้าวกับเพื่อน ฯลฯ) แล้วก็อย่าลืมกันงบส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นการพัฒนาตนเอง หรือ สำหรับคนที่เป็นหนี้ กยศ. ก็ใช้เงินส่วนนี้จ่ายคืนได้เช่นกัน คนเราไม่พัฒนาตนเองก่อนแล้วจะไปพัฒนาใครได้ พอมีหน้าที่การงานเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ การแบ่งสัดส่วนงบประมาณแบบนี้จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนได้ เมื่อนำมาทบทวนก็จะสามารถช่วยให้คุณมีข้อมูลมากพอจะเอามาปรับวิธีการใช้จ่ายเงินในด้านต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
 
สิ่งที่ต้องระวังที่สุดในตอนแรก ก็คือ การเลี่ยงการสร้างหนี้สินตั้งแต่ยังไม่ทันมีเงินเก็บ อยากได้อะไรอย่าใช้ระบบรูดเงินซื้อ ให้เก็บเงินซื้อแทน เวลาเก็บเงินก็ไม่ใช่เก็บให้พอดี แต่เก็บให้เกิน อย่างน้อยจะได้มีเหลือหลังจากเงินที่ใช้ไปแล้ว ยิ่งนักศึกษาจบมาใหม่ๆ เพิ่งมีรายได้ รีบทำบัตรเครดิต เห็นอะไรก็อยากได้ เงินเดือนก็มีแล้ว ก็รูดบัตรไปก่อนก็แล้วกัน แล้วค่อยผ่อนเอา การคิดแบบนี้แหละจะทำให้คุณกลายเป็นหนี้สินยิ่งกว่าเดิม
 
ลองคิดดู นักศึกษาคนหนึ่งเริ่มทำงาน วางแผนเก็บออมเงินจำนวนหนึ่งต่อเดือน เพื่อนำเงินที่เก็บได้ในอีก 5 ปีเอาไปดาวน์คอนโด อีกคนเริ่มทำงานเวลาเดียวกัน มีบัตรเครดิต ทำงานเดือนแรกก็เริ่มเป็นหนี้เลย คิดว่าเป็นการให้รางวัลตัวเอง ซื้อมือถือใหม่ ซื้อแท็บเบล็ตใหม่ เอาเงินไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปช้อปปิ้งต่างประเทศ ไม่วางแผน ไม่เก็บเงิน เลื่อนไปอีก 5 ปีข้างหน้า หนุ่มนักธุรกิจคนแรกมีคอนโดสวยๆอยู่ มีงานดีๆทำ มีเงินเก็บ มีเงินลงทุน มีเงินให้พ่อแม่ทุกเดือนๆ ส่วนพนักงานคนที่สอง เงินเดือนไม่พอหมุน ต้องอยู่บ้านกับพ่อแม่ ไม่มีเงินเก็บ เครดิตเสียเพราะจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ตรงเวลา ทีนี้ไปขอกู้ที่ไหนเขาก็ไม่ให้ เพราะเครดิตไม่ดี ...
 
เมื่อคุณสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเอง ก็มีอิสระในการตัดสินใจในการใช้เงินของคัวเองมากกว่าช่วงที่คุณต้องพึ่งพาพ่อแม่ ความรับผิดชอบด้านการเงินมากขึ้นแต่ว่า จะต้องมีการวางแผน มีเป้าหมาย และ สำคัญที่สุด คือมีวินัยและมีความรับผิดชอบในการออมเพื่อปูพื้นฐานการบริหารเงินที่สำคัญให้ตัวคุณเอง
 
จริงๆแล้ว หากลองคิดดู อาจจะรู้สึกว่าการบริหารเงินอาจจะเป็นเรื่องยาก ไหนจะเพื่อนชวนเที่ยว ชวนกินทุกวี่ทุกวัน มาดูกันดีกว่าว่าวิธีการบริหารเงินง่ายๆ มีวิธีไหนบ้าง?

1. ทำบัญชี
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นเรื่องง่ายพอสมควร อย่างน้อยก็จะเป็นเครื่องเตือน ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง มีงบอยู่แค่ไหน ห้ามใช้เงิน เป็นต้น

2. เปิดบัญชี
มีเยอะก็ฝากเยอะ มีน้อยก็ฝากน้อย อย่างน้อยการทำแบบนี้จะช่วยสร้างนิสัยการออม พอทำบ่อยๆ ทำเรื่อยๆจนเป็นนิสัยแล้วก็ง่าย ต่อไปมีเงินเดือนมากก็เก็บมาก เงินส่วนที่เหลือจะเอามาใช้ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีปัญหา บัญชีออมทรัพย์ทั่วไปอาจจะมีดอกเบี้ยน้อยแต่มีดีกว่าไม่มี ต่อไปมีเงินเหลือจะเอาไปเปิดบัญชีใหม่ที่เป็นรูปแบบฝากประจำ หรือ รูปแบบอื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยสูงก็ทำได้

3. รัดเข็มขัด
ต้องรู้จักควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเอง รู้ว่าต้องซื้ออะไรในแต่ละเดือน ค่าของจุกจิกที่ต้องใช้ในบ้าน ในห้อง แชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำ ยาสีฟัน ข้าวของเครื่องใช้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดควรจะต้องติดตามการใช้จ่ายเป็นรายวันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด จะได้รู้ว่าเราใช้อะไรไปบ้างแล้ว เท่าไหร่บ้าง เหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือพอสุดสัปดาห์จะออกไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ก็ทำได้ ถ้าเงินไม่พอก็เอาไว้คราวหน้า รับรองเพื่อนๆ ไม่หนีไปไหน

4. อย่าอยู่อย่างอยาก
หลายคนอาจจะเคยได้ยิน หมายความว่า บางทีเราก็มีอะไรที่เราอยากได้ และ มีอะไรที่เราต้องซื้อ ดังนั้นการเรียงลำดับความสำคัญควรจะเอาสิ่งจำเป็นมาก่อนสิ่งที่อยากได้ เช่น อยากได้มือถือใหม่ แต่อันที่มีก็ใช้ได้ แค่ว่ามันไม่ใช่ ไอโฟนหกพลัส นี่เรียกว่าเป็นสิ่งที่อยากได้ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น (อย่าเถียง)

5. ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด
การเป็นนักเรียนก็มีส่วนดี สิทธิพิเศษมีให้เยอะแยะ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ตั๋วหนัง ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ดังนั้นถ้าขอได้ก็ขอส่วนลดให้หมด ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ทำให้มีเงินเก็บได้มากขึ้นนั่นเอง
 
เท่าที่กล่าวมาแล้ว การบริหารเงินสำหรับนักเรียน นักศึกษานั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ยากเลย จะเป็นนักเรียนนักศึกษาก็สามารถบริหารให้มีเงินเก็บเงินใช้ได้ง่ายๆ เหมือนกัน แค่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เป็นนิสัยเท่านั้นเอง

1454819713

5 กลยุทธ์เพื่อเทรด อย่างมั่นใจ ต้อนรับปีใหม่ 2016

เหตุการณ์สำคัญหลัก ๆ ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นให้กับวงการการเงินทั่วโลกสำหรับปี 2015 นั้นประกอบไปด้วย การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนของตราสารหนี้ในกลุ่มสหภาพยุโรป (ซึ่งแม้ว่าจะมีการดำเนินนโยบายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณโดยธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรปขึ้นมาก็ตาม) การแข็งค่าขึ้นอย่างมากของสกุลเงินฟรังค์สวิสหลังจากที่ธนาคารกลางแห่งสวิสเซอร์แลนด์ได้ประกาศลอยตัวค่าเงินของตนเองให้ไม่ต้องตรึงกับค่าเงินยูโรที่ 1.2 ฟรังค์สวิสต่อยูโรอีกต่อไป การพังทลายลงมาของดัชนีตลาดหุ้นจีน การที่ราคาน้ำมันตกต่ำลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 11 ปี ฯลฯ ซึ่งการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐเอาไว้นั้นทำให้นักลงทุนได้รับ“กำไรมากกว่าปกติ” เมื่อเทียบกับการถือครองสกุลเงินที่อิงกับสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงการลงทุนในประเทศกรีซ ประเทศรัสเซีย หรือตราสารหนี้ของประเทศยูเครน

เหตุการณ์สำคัญประการแรก

ปี 2016 เป็นปีที่ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกาวางแผนจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal funds rate) จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละ 25bps ให้แตะ 1.25-1.50% ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับของตลาดที่ผ่านมาโดยดั้งเดิมสำหรับช่วงวัฏจักรของการดำเนินนโยบายของอัตราดอกเบี้ยแบบตึงตัวของสหรัฐอเมริกานั้น มักพบว่าดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทียบกับประเทศซึ่งธนาคารกลางมีนโยบายดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ซึ่งในที่นี้คือ สกุลเงินยูโร และ สกุลเงินเยน ซึ่งกรณีฐานในปี 2016 นั้นคาดการณ์ว่าเงินยูโรจะมีค่าเทียบเท่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐ และ เงินยูโรจะทดสอบแนวราคาที่ 125 เยน อาจควรพิจารณาสั่งขายค่าเงิน EUR/USD เมื่อราคาต่ำกว่าระดับ 1.08 โดยมีเป้าหมายที่ 1.05 และ 1.00 และการสั่งซื้อค่าเงิน USD/JPY ควรกระทำเมื่อราคาอยู่ที่ระดับ 115


เหตุการณ์สำคัญประการที่สอง

ในฤดูร้อนของปี 2016 นั้น การลงประชามติของอังกฤษในหัวข้อที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรปหรือไม่ จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสกุลเงินปอนด์ อังกฤษนั้นไม่พอใจนักโดยเฉพาะเรื่องของการไหลบ่าเข้ามาจำนวนมากของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานชาติต่าง ๆ จากยุโรปตะวันออก และข้อจำกัดในการใช้อำนาจของรัฐสภาของตนเอง ความไม่มั่นคงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจส่งผลกระทบให้ค่าเงิน GBP/USD ร่วงลงมาสู่ระดับ 1.4 ซึ่งหากค่าเงินปอนด์ถอยกลับสู่จุดต่ำสุดของปี 2015 ที่ประมาณ 1.456 นั้น จะถือเป็นสัญญาณให้เปิดสถานะขายสำหรับค่าเงินนี้


เหตุการณ์สำคัญประการที่สาม

อัตราการเติบโตต่อปีของเศรษฐกิจของจีนอาจร่วงลงสู่ 6.5% ในปี 2016 ดังนั้นค่าเงินของประเทศใด ๆ ซึ่งเศรษฐกิจอิงกับประเทศจีนอย่างเหนียวแน่นก็จะพบกับความเสี่ยง มุมมองระยะยาวของค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียและดอลลาร์นิวซีแลนด์อาจร่วงลงสู่ระดับ 0.605 และ 0.575 เทียบต่อดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ ควรพิจารณาเปิดสถานะขายในค่าเงินสองสกุลนี้หากราคาตกลงลงต่ำกว่าระดับ 0.69 และ 0.65 ดอลลาร์ตามลำดับ และทางเราขอตั้งข้อสังเกตว่าการรวมเอาสกุลเงินหยวนเข้ามาอยู่ในตะกร้าเงินทุนสำรองตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2016 จะเพิ่มอุปสงค์อย่างฉับพลันสำหรับเงินหยวน หรือหากจะให้ระบุชัดเจนขึ้นก็คือ ธนาคารกลางแต่ละแห่งจะมีอุปสงค์ต้องการพันธบัตรของรัฐบาลจีนเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสที่คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลง ค่าเงิน USD/CNY น่าจะสามารถไปทดสอบที่ระดับ 6.7 ได้ สามารถทยอยสะสมสถานะซื้อค่าเงินเมื่อราคาปรับตัวลงมาสู่ระดับ 6.5


เหตุการณ์สำคัญประการที่สี่

ในฤดูร้อนของปี 2016 ประเทศในกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้ที่น่าจะลดปริมาณโควตาการผลิตน้ำมันดิบลง ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นสู่ระดับ 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปัจจุบันนั้นบรรดารัฐบาลของประเทศในกลุ่มนี้ต้องใช้ทองคำสำรองเพื่อค้ำประกันค่าเงินของประเทศตนเอง ซึ่งก็คือการตรึงราคากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และยังต้องลดงบประมาณรายจ่ายลงอีกด้วย ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นของรัฐศาสตร์การเมืองในภูมิภาคบริเวณแถบตะวันออกกลางและการลดปริมาณของการผลิตน้ำมันจากนอกกลุ่มโอเปกจะช่วยเสริมให้ราคาของ “ทองคำสีดำ” นี้เพิ่มค่าขึ้น ดังนั้นแล้วอาจพิจารณาซื้อสัญญาฟิวเจอร์น้ำมันได้ที่ระดับราคา 35 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาของต้นทุนการผลิตของเชลออยล์ในสหรัฐอเมริกา

จากสมมุติฐานของเราในเหตุการณ์สำคัญประการที่สี่ ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น ค่าเงินสกุลต่าง ๆ ของประเทศซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก อันประกอบด้วย ดอลลาร์แคนาดา โครนนอร์เวย์ รูเบิลรัสเซีย ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินเหล่านี้เคลื่อนราคาได้อย่างเสรี ก็ควรจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งค่าเงิน USD/CAD USD/NOK และ USD/RUB ก็มีความเป็นไปได้ที่จะร่วงลงสู่ระดับ 1.3 8.0 และ 57.5 ตามลำดับ การขายค่าเงินเหล่านี้สมควรพิจารณาทำเมื่อราคาร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.38 8.8 และ 69 ตามลำดับ


เหตุการณ์สำคัญประการที่ห้า

นโยบายทางการต่างประเทศของประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ซึ่งนโยบายนี้จะมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญยิ่งต่อกระบวนการบริหารจัดการภายใน นโยบายการต่างประเทศนี้จะขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะได้ขึ้นรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา (พรรคเดโมแครต หรือ พรรครีพับลิกัน) หลังจากการเลือกตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาไปแล้วนั้น ราคาของทองคำซึ่งมักใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอาจเพิ่มค่าขึ้นสู่ระดับ 1200 ดอลลาร์ จึงอาจพิจารณาเข้าซื้อโลหะมีค่านี้ได้จากบริเวณระดับราคา 1000 ดอลลาร์

1454714160

เลี้ยงลูกเทพอย่างไรไม่ให้สปอยล์

สวัสดีค่ะ เจ๊กลับมาแล้ว เนื่องจากตอนนี้มีกระแสเรื่องลูกเทพมาแรงเหลือเกิน แม้แต่นางเสี่ยมจูเพื่อนสาวเจ๊ก็ยังนำมาบูชาเลยเธอ เห็นที่ผ่านมานางก็อุ้มลูกเทพของนางไปโน้นมานี่ แทบจะสปอยล์ลูกเลยเธอว์ เจ๊เลยอยากจะมาบอกทุกคนซักนิดว่าการเลี้ยงลูกเทพก็ควรจะเหมาะสมตามฐานะของเรานะคะ ลองมาดูขั้นตอนการเลี้ยงลูกเทพไม่ให้สปอยล์นะคะ

  1. ตรวจสอบรายได้และค่าใช้จ่ายลูกๆเสมอ

เจ๊เห็นเพื่อนเจ๊เขาจะซื้อเสื้อผ้าสวยๆให้ลูกเทพประจำเลยค่ะ เจ๊ว่าตามภาษาพ่อแม่ทุกคนก็คงอยากให้ลูกแต่งตัวสวยๆนะคะ แต่ก็ต้องดูรายรับของเราด้วยว่าเป็นอย่างไร ให้ลูกแต่งตัวสวยๆแต่เราต้องเป็นหนี้จากการจ่ายเงินเยอะๆตลอดก็คงไม่ดีแน่ๆ อาจจะสอนลูกเทพถึงฐานะการประหยัดเงินและการใช้ของอย่างคุ้มค่าเวลาซื้อของให้เขา เจ๊เชื่อว่าลูกเทพทุกคนเข้าใจพ่อแม่ค่ะ

  1. พาไปทานอาหารข้างนอกบ้างตามวาระและโอกาสก็พอ

เห็นมีหลายคนพาลูกไปทานบุฟเฟ่ต์ด้วยนะคะ ก็เป็นเรื่องที่น่ารักและสร้างประสบการณ์ให้ลูกเทพของเราได้ แต่ต่องอย่าลืมว่า บางทีการพาลูกๆไปทานบ่อยอาจจะทำให้ลูกติดการทานอาหารนอกบ้าน แล้วอาจจะขอให้เราพาไปเรื่อยๆ ร้านอาหารหลายๆแห่งคิดราคาบุฟเฟ่ต์ค่อนข้างแพง ลูกๆอาจจะทานไม่คุ้ม มีปรับด้วย เจ๊กลัวเปลืองเงินค่ะ เราอาจจะพาไปแค่บางวาระก็พอ อย่างการปาร์ตี้เพื่อนๆลูกเทพด้วยกัน และเน้นทำอาหารทานด้วยกันที่บ้านก็จะทำให้ครอบครัวเราประหยัดมากยิ่งขึ้นก็ได้ค่ะ

  1. เปลี่ยนการพาไปเที่ยวเป็นการซื้อของฝาก

มีหลายท่านอาจจะอยากพาลูกเทพขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวในต่างถิ่น ซึ่งหลายสายการบินก็มีบริการ ซึ่งค่าตั๋วก็ไม่ได้ถูกนะคะ ถ้าเราจะต้องเดินทาง ลองบอกลูกเทพก่อนไหมว่าเราจะไปธุระ ให้เด็กๆอยู่กับบ้าน แล้วเปลี่ยนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเป็นซื้อของมาฝากให้ลูกๆแทน จะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายได้เยอะนะคะ ถ้าต้องการพาลูกเทพเดินทางไปด้วยจริงๆ ก็ควรวางแผนสำรองตั๋วล่วงหน้าและวางแผนการเดินทางอย่างเป็นระบบ จะได้ตั๋วราคาถูกลงเวลาจองค่ะ

  1. เตือนตัวเองเสมอว่าต้องเก็บเงินเพื่อลูก

อย่าลืมนะคะว่า ทุกครั้งที่เราใช้จ่ายเงินในวันนี้ ต้องคิดถึงอนาคตด้วย การเก็บเงินให้มากขึ้นเพื่ออนาคตของเราและลูกเทพเป็นเรื่องสำคัญค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินฉุกเฉินกันเมื่อไหร่ ลูกเทพอาจจะป่วยหรือเกิดอุบติเหตุได้ ต้องใช้เงินรักษาซ่อมแซม ถ้าเกิดไม่มีเวินสำรองแย่เลยค่ะ เมื่อนั้นเราจะทราบเลยทันทีว่าเงินที่เก็บไว้นั้นก็สำคัญสุดๆขนาดไหน ต้องสอนลูกเทพในเรื่องการอดออมด้วยนะคะ จะได้เติบโตมามีภูมิต้านทานทางเศรษฐกิจเยอะๆค่ะ

 

เอาล่ะคะ! หวังว่าพวกเธอคงได้ไอเดียในการเลี้ยงลูกเทพไม่ให้สปอยล์กันไปบ้างแล้ว ลองนำไอเดียไปปรับใช้ทางการเงินดูนะคะ เมื่อเราประหยัดและใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ในขณะที่ลูกเทพดลบันดาลให้เราร่ำรวยขึ้น เราจะรวยกันแบบสุดๆเลยค่ะ


1454632607

หนีหนี้ หนีทุน เมื่อจริยธรรมไม่สูงตามการศึกษา

หากใครติดตามข่าวช่วงนี้ข่าวดังคงไม่พ้น ข่าวหนีทุนของอาจารย์สาวทันตแพทย์ที่กำลังโด่งดังข้ามประเทศในขณะนี้ หากเรามาวิเคราะห์กันดูถึงเรื่องนี้นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจกันพอสมควร ซึ่งใครจะคิดว่าระดับอาจารย์แพทย์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ ทั้งๆที่เงินที่ไปเรียนต่อนั้นก็เป็นเงินทุนของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดหาทุนให้กับผู้ที่มีความรู้ความสามารถไปเรียนต่อเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ โดยมีเงื่อนไขระยะเวลาในการใช้ทุนแตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ ซึ่งในกรณีนี้ระบุไว้ว่าต้องชดใช้ทุนเป็นระยะเวลา 3 เท่า ซึ่งทันตแพทย์สาวรายนี้มองว่าเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปทั้งด้านตัวเงินและระยะเวลาที่ต้องใช้ทุน

ทีนี้มามองกันถึงเรื่องใกล้ตัวบ้างหากพูดถึงเรื่องทุนการศึกษาคงไม่พ้นทุน กยศ.ที่มีปัญหาหนีทุนกันมากมายคือไม่จ่ายทั้งๆที่บางคนนั้นมีรายได้สูงแต่ไม่ยอมใช้หนี้ ซึ่งมีการสำรวจกันมาว่า นักศึกษาสายสุขภาพหรือกลุ่ม หมอ พยาบาล เภสัช เป็นกลุ่มที่ไม่ชำระหนี้ กยศ.มากกว่าสายการเรียนอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจกันพอสมควร เพราะเราทุกคนมองว่ากลุ่มอาชีพนี้เป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถ มีรายได้ดีกว่ากลุ่มสายอาชีพอื่นๆ แต่ทำไมกลับกลายเป็นกลุ่มที่ค้างหนี้การศึกษามากที่สุด  ทั้งที่หนี้ กยศ.เป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำ มีระยะเวลาให้พักหนี้หลังเรียนจบ มีการผ่อนชำระขั้นต่ำได้แค่หลักร้อย นี่จึงทำให้มองได้ว่าการศึกษาสูงก็ไม่อาจทำให้ความรับผิดชอบหรือคุณธรรมสูงตามไปด้วย


และยิ่งมีกรณีค้างหนี้ กยศ.เป็นจำนวนมากและมีข่าวหนีหนี้ทุน ทำให้น่าสงสัยว่าอนาคตเยาวชนในประเทศของเราจะเป็นอย่างไร เงิน กยศ.จะมีให้รุ่นน้องในอนาคตหรือไม่เพราะรุ่นพี่เบี้ยวหนี้กัน ระดับอาจารย์ยังหนีหนี้ทุนจะมีนักศึกษารุ่นใหม่ๆเอาแบบอย่างหรือไม่

หนีหนี้ หนีทุน สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้ถึงการศึกษาในด้านจริยธรรม การอบรมแนวความคิดเรื่องความรับผิดชอบของระบบการศึกษาไทยหย่อนยาน ซึ่งหากใครเคยติดตามข่าวการศึกษาคงเคยได้ยินว่าการสอนวิชาจริยธรรมเป็นเรื่องน่าเบื่อและเคยเกือบจะถูกถอดออกจาการเรียนการสอน ทั้งๆที่ปัจจุบันการอบรมเรื่องนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในวิชาสังคมและศาสนาแล้วเท่านั้นไม่ได้มีคาบเรียนอย่างจริงจัง เป็นแค่กิจกรรมเสริมเท่านั้น  และเชื่อว่าในอนาคตคงต้องมีกรณีแบบนี้อีกอย่างแน่นอน เพราะด้วยเรื่องของค่าเงิน ปัญหาเศรษฐกิจและปัจจัยอื่นๆก็คงได้แต่หวังว่าเด็กรุ่นใหม่ๆจะมีแนวคิดเอาทุนไปเรียนแล้วต้องคืน รุ่นพี่และอาจารย์ควรจะแนะนำและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องๆ  และเป็นปลูกฝังความรับผิดชอบเรืองการเงินให้กับเด็กรุ่นหลังต่อไปว่า

เป็นหนี้ก็ต้องใช้อย่าหนีหนี้ให้เป็นภาระของคนอื่นๆ เหมือนอย่างกรณีหนีหนี้สะท้านแผ่นดินที่คนที่ต้องชดใช้นั้นก็ต้องลำบากกัดฟันใช้หนี้กันเป็นปีๆ ส่วนคนที่หนีไปก็ลอยนวลได้แต่หวังว่ากรณีนี้คงเป็นอุทธาหรณ์ให้กับคนค้ำประกันได้บ้างและคงไม่มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
1454545288

หายรายได้เสริม อีกทางเลือกของการเงิน

การรับรายได้ทางเดียว ถือเป็นตัวฉุดให้เราไปถึงความร่ำรวยได้ช้าขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องหารายได้ให้หลายทางขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือการทำอาชีพเสริมนั่นเอง

การทำอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้นั้น อย่างแรกเลย คือ ตัดความกล้าๆ กลัวๆ หรือความลังเลทิ้งไป หลายคนมีเงิน เพิ่มขึ้นมากอย่างคาดไม่ถึงกับการทำอาชีพเสริม แต่หากคุณยังคง ลังเลคุณก็จะยังไม่สามารถเริ่มต้นลงมือทำอะไรให้เงินทองของคุณ งอกเงยขึ้นมาได้เลย


จงมีความเชื่อว่าเราทุกคนสามารถสร้างเงินได้ ถ้ารู้จักคนหาที่มาของเงิน มีความขยันและความอดทดในการหารายได้ ให้ลองค้นหาดูว่าตัวเองถนัดอะไร ดูว่าพอ จะทำอะไรได้บ้าง ถ้าไม่รู้เลยจริงๆ ก็ไปอบรมวิชาระยะสั้นๆ ตามที่อบรมต่าง ๆ เช่น งานฝีมือ งานการช่าง หรือการทำอาหารและขนมเป็นต้น


นอกจากมีอาชีพเสริมสร้างรายได้แล้ว อย่าลืมเติมความคิด สร้างสรรค์ลงไปด้วย เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษ์ของสินค้าของเรา เมื่อถึงวันนึงเราอาจต่อยอดเพื่อสร้างยี่ห้อสินค้า แล้วขยายการขายเพื่อหารายได้เพิ่มให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ได้


หรือบางคนพอจะมีฝึมือในการเขียนรูปเหมือนหรือเขียนภาพการ์ตูนล้อเลียน อย่ารอช้า ลองไปถนนข้าวสารหรือสะพานพุทธ เปิดโอกาสให้ คุณไปนั่งวาดรูปเหมือนหรือการ์ตูนล้อเลียนในเวลากลางคืน ยังราคา ดีอีกต่างหาก


จงจำหลักการง่าย ๆ ไว้ว่า กระแสเงินนั้นมีอยู่ในทุกๆ ที่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะคว้ามันมาหรือเปล่า ขอเพียงแค่ตัดสินใจลงมือทำทันทีอย่าลังเล แล้วเราจะพบว่าอาชีพเสริมนี่แหละ ที่จะทำให้เราร่ำรวยเร็วขึ้น จนคุณเองอาจจะตกใจกับผลของมันเลยทีเดียว

1454458945

มีบัตรเครดิตอยู่แล้วสมัครเพิ่มดีไหม มีกี่บัตรถึงเรียกว่ามากเกิน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกวันนี้เราจะเห็นคนถือบัตรเครดิตมากกว่าหนึ่งใบ ใบนี้ไว้ลดราคาอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่น ใบนี้ไว้ลดราคาเวลาเติมน้ำมัน ส่วนใบนี้เอาไว้ Shopping ซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน ในเมื่อบัตรเครดิตแต่ละใบต่างเสนอโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไป แล้วอย่างนี้ เราไม่ต้องมีบัตรเครดิตกันจนล้นกระเป๋าเลยหรือ แล้วการที่เรามีบัตรเครดิตหลายๆใบจะมีข้อเสียหรือไม่ อย่างไร เรามาวิเคราะห์ด้วยกันครับ

เริ่มกันที่ข้อดีข้อแรก
มีบัตรเครดิตหลายใบ ก็ได้รับโปรโมชั่นหลากหลายกว่า อย่างที่ทราบกันครับว่าแต่ละธนาคารต่างก็พยายามออกโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดใจให้ลูกค้าสมัครและใช้บัตร เช่น  สะสมแต้มเพื่อแลกรับของกำนัล รับ Cash Back สำหรับการเติมน้ำมันทุกๆยอดค่าใช้จ่ายที่กำหนด หรือการได้รับส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในห้าง ยิ่งการแข่งขันมากขึ้น ความหลากหลายของโปรโมชั่นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยจัดข้อเสนอที่แปลกใหม่เพื่อตอบสนองกับ Lifestyle ของกลุ่มลูกค้า เช่น ให้สิทธิ์ผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการใน Fitness หรือ Lounge ในสนามบินบางแห่ง

อย่างไรก็ตาม ในข้อดีก็มีข้อควรระวัง เช่น บางบัตรเครดิตใช้วิธีจูงใจให้ใช้จ่ายมากขึ้น ด้วยการจัดแคมเปญ รับเงินคืน 1% เมื่อใช้จ่ายครบทุก 1,000 บาท และเพิ่มขึ้นเป็น 2% เมื่อใช้จ่ายครบ 10,000 บาท หากเรามัวแต่หลงไปกับส่วนของเงินคืนที่จะได้รับ โดยพยายามใช้จ่ายให้ถึงยอด เราอาจจะต้องสิ้นเปลืองเงินโดยไม่รู้ตัว
 
ข้อดีที่สอง
มีบัตรเครดิตหลายใบสำหรับบริหารการใช้จ่าย เราอาจมีบัตรเครดิตหนึ่งใบไว้สำหรับการซื้อสินค้าบน Internet โดยเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เราติดตามยอดการใช้จ่ายบนบัตรได้ง่ายขึ้น รวมถึงเราสามารถจำกัดความเสี่ยงจากธุรกรรมทาง Internet โดยกำหนดวงเงินของบัตรใบนี้ไว้ไม่สูงนัก เผื่อกรณีบัตรถูกโจรกรรมบน Internet จะได้มีค่าเสียหายที่จำกัด
 
ข้อดีที่สาม
มีบัตรเครดิตหลายใบเพื่อสำรองใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น กรณีบัตรเสีย หรือบัตรหาย ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรมักจะใช้เวลาดำเนินการเป็นระยะเวลาหนึ่งกว่าที่จะออกบัตรใบใหม่ให้ นอกจากนั้นแล้ว การเดินทางไปต่างประเทศ จะเป็นการดีกว่าหากเราพกบัตรเครดิตหลายใบจากต่างธนาคาร เพราะนอกเหนือจากเหตุฉุกเฉินในต่างแดนแล้ว ร้านค้าในต่างประเทศบางร้านอาจรับบัตรเครดิตจากบางธนาคารเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากเรามีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากกว่าหนึ่งใบในหนึ่งรอบบัญชี ก็เท่ากับว่า เรามีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามจำนวนบัตรที่ใช้ เพราะในการชำระค่าบัตรเครดิตสำหรับหลายๆ ธนาคาร เราต้องชำระผ่านทาง Counter Service หรือ Counter ธนาคาร ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้ การถือบัตรเครดิตหลายใบ ก็ย่อมจะต้องมีภาระในการดูแลเพิ่มขึ้น เช่น ภาระในการชำระค่าบัตรเครดิตในแต่ละเดือนให้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันดอกเบี้ยจากการผิดนัดชำระ ข้อนี้อาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่เริ่มมีภาวะหลงลืม หรืออาจจะสับสนได้ง่ายๆ

เมื่อเรามีบัตรหลายใบ และแต่ละใบมีวันกำหนดจ่ายที่ไม่เท่ากัน บางธนาคารมีการกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำในแต่ะละปีเพื่อจะรับสิทธิ์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับให้เราต้องใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้บางธนาคารจะมีนโยบายให้เราโทรศัพท์ไปขอยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่เราก็ต้องมีภาระโทรไปติดต่อธนาคารเจ้าของบัตร ก่อนที่บัญชีจะถูกตัดค่าธรรมเนียมในทุกๆปีเพื่อป้องกันความยุ่งยากจากการขอคืนค่าธรรมเนียมเป็นต้น

เพื่อลดความยุ่งยากเหล่านี้ เราจึงควรเลือกสมัครบัตรเครดิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้หลายๆ อย่างในใบเดียวกันและให้สอดคล้องกับ life style ของเรา เช่น ถ้าเราต้องเติมน้ำมันรถเป็นประจำ เราอาจมองหาบัตรที่ให้ส่วนลดจากยอดใช้จ่ายค่าน้ำมัน จะเป็นการดีถ้าบัตรเครดิตใบนั้นให้ส่วนลดจากการซื้อของที่ห้างประจำ หรือจะดีมากถ้ามีส่วนลดค่าอาหารในร้านที่ไปรับประทานบ่อยๆ เป็นต้น เน้นคุณภาพ อย่าเน้นปริมาณครับ
 
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด คือ เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้
การมีบัตรเครดิตหลายใบเเสมือนเป็นการเพิ่มความสามารถในการใช้จ่าย แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงแค่การเพิ่มความสามารถเพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะ สุดท้ายแล้ว ความสามารถในการใช้จ่ายของเราก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระเงิน ไม่ใช่วงเงินที่บัตรเครดิตมอบให้ อย่าลืมครับว่า บัตรเครดิตไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของหนี้ เพราะการถอนเงินจากบัตรเครดิตเพื่อนำไปชำระหนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้ที่แก้ยากขึ้นไปอีก
เพราะฉะนั้นแล้ว จำนวนบัตรเครดิตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตัวเราเองครับ ตราบใดที่เราสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้ และยินดีที่จะมีภาระเพิ่มในการดูแลบัตร เราก็สามารถมีบัตรเครดิตได้จำนวนมากเท่าที่ต้องการ แต่ในทางตรงข้าม หากเรามีลักษณะนิสัยใช้จ่ายไม่ยั้งคิด รูดปรื๊ด รูดปรื้ด ไม่มีลิมิตใช้เต็มวงเงินทุกเดือน ใช้เกินรายรับที่มี อย่างนี้ถึงมีบัตรเครดิตแค่เพียงใบเดียวก็เรียกว่า มีมากเกินไปแล้วครับ

- 1 - - 2 - - 3 - - 4 - - 5 - - 6 - - 7 - - 8 - - 9 - - 10 - - 11 - - 12 -