เคล็ดลับการเงิน

1459379304

7 นิสัยที่จะช่วยให้ ประสบความสำเร็จในชีวิต

หากคุณได้อ่านหนังสื่อที่เขียนโดยเหล่าคนดังมากมายเกี่ยวกับนิสัยส่วนตัวที่เชื่อว่าช่วยให้เขาเหล่านั้นได้ ประสบความสำเร็จในชีวิต นั้น บอกได้เลยว่าจะมีข้อที่คล้ายๆกันนั่นคือพวกเขาเหล่านี้ได้ผ่านการกระบวนการอันแสนทรหดมากมาย กว่าจะได้เจอกับคำว่าประสบความสำเร็จมาเรื่อยๆ ซึ่งในวันนี้เราก็ได้นำนิสัยเหล่านั้นมาเผยแพร่เพื่อที่แต่ละคนจะได้นำไปประยุกต์ หรืออาจเดินตามรอย ดังต่อไปนี้
  • การเป็นนักตั้งเป้าหมาย

การจะทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างนั้นจะต้องไม่ลืมที่จะตั้งเป้าหมายไว้ก่อน ทราบหรือไม่ว่าการที่เราจะอะไรประสบความสำเร็จนั้นจะต้องมาจากการตั้งเป้าหมายที่เป็นส่วนใหญ่ น้อยคนนักที่ไม่มีการตั้งเป้าหมายแล้วประสบความสำเร็จ สำหรับการตั้งเป้าหมายนั้นจะต้องกำหนดระยะเวลาในการทำ เหตุผลที่เพียงพอหรือไม่ ทราบกันหรือไม่คะว่าการตั้งเป้าหมายนั้นเป็นการวาดภาพความสำเร็จไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เป็นภาพที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการที่จะไปสัมผัสมันนั่นเองค่ะ หากวันนี้ใครจะทำกิจการหรือธุรกิจอะไรสักอย่างและไร้เป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายนั้นยากที่จะไปได้ถึงฝัน จัดได้เลยว่ามันเป็นจุดแรงบันดาลใจทำให้เรารู้สึกเลยว่าสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

  • โฟกัสทีละอย่าง

ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องทำให้เป็นชิ้นเป็นอัน  จงรวมความตั้งใจเหล่านั้นประดุจเป็นแสงเลเซอร์ที่ชี้ไปยังสิ่งที่ต้องการเพียงจุดเดียว และมุ่งมั่น อดทน ทำจนกว่าจะประสบความสำเร็จ บอกไว้เลยว่าอย่ายอมแพ้  หรืออ่อนเอียงไปตามกระแส ความนิยม อย่างที่คนส่วนมากเป็นกัน เชื่อเลยนะคะว่าหากประสบความสำเร็จชิ้นหนึ่งแล้วต้องการที่จะมีชิ้นต่อๆ ไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากแล้วล่ะค่ะ เพียงใจสู้และจงทำตามความต้องการของตัวเอง เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรที่มาขัดขวางเราได้แล้ว

  • ให้ความสำคัญกับเวลา

เคยได้ยินมั้ยว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า จะทำอะไรนั้นจำเป็นต้องแข่งกับเวลาเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่รีบเร่ง แต่ต้องคำนวณและใช้มันอย่างคุ้มค่า ไม่มีใครหรอกนะคะ ที่ไม่รีบ หรือเร่งเพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่าประสบความสำเร็จ แต่ทั้งนี้ หากวันนี้คุณมัวแต่ชะล่าใจจากวินาที เป็นนาที จากนาทีเป็นชั่วโมง ไปเรื่อยๆจนเป็นปี จนในที่สุดคุณเองไม่มีแรงที่จะทำหรือสานต่อ แบบนี้มันสายเกินกว่าที่เห็นค่าของเวลาแล้วนะคะ จงเร่งทำให้สิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ อย่ามัวรอ หรือผัดวันประกันพรุ่ง  แล้วคุณจะไปถึงยังจุดหมายได้ในไม่ช้าแน่นอน

  • ใช้จ่ายน้อยกว่าที่หามา

การใช้จ่ายทุกวันนี้เกินตัวกันส่วน ทำให้เกิดหนี้ขึ้นมาเป็นภาระเพิ่มอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบัตร หรือหนี้สินต่างๆ ที่มาจากความอยากมี หรือการใช้จ่ายตามกระแสโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงรายได้ของตัวเอง จะดีกว่ามากสำหรับความต้องการสิ่งของสักชิ้นหนึ่ง แทนการรูดบัตร หรือการผ่อน เพราะคุณจะได้ไม่ต้องเจอกับดอกเบี้ย และที่สำคัญไม่เป็นหนี้อีกด้วยนะคะ

การดำเนินชีวิตประจำวันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง อย่าใช้วิธีการเก็บเงินเมื่อเหลือจากการใช้อย่างเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นแล้วทั้งชาติคุณก็เก็บไม่ได้ จงเลือกวิธีใช้หลังจากเก็บจะได้ผลกว่ากัน

  • เลือกที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ยิ่งมีความรู้มากขึ้นเท่าไหร่นั้น ยิ่งจะพาคุณให้ประสบความสำเร็จในชีวิตมากเท่านั้น การทำงานหนักและหักโหมเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นเลย ทั้งนี้คุณเองจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เข้าสู่กระบวนความคิด และการจัดการใหม่ๆตลอดเวลา ก็อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน หากจมอยู่กับสิ่งเดิมๆก็เป็นเรื่องที่ลำบากสักหน่อยสำหรับการไปยังฝั่งฝัน

  • การไม่ยอมแพ้

สำหรับคำว่ายอมแพ้ต้องไม่มีแม้แต่ในความคิดของคนเรานะคะ ทราบหรือไม่ว่าคนที่เคยผ่านการล้มเหลว และไม่สามารถที่จะยืน หรือลุกขึ้นได้เป็นเพราะว่ายอมแพ้ หรือท้อนั่นเอง แต่ถ้าคุณเลือกที่จะนำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาปรับใช้ และพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์เดิมๆ และความผิดพลาดแบเดิมๆอีก

อย่าลืมนะคะว่าไม่ว่าจะพลาดสักกี่ครั้งอย่าท้อ หรือยอมแพ้อย่างเด็ดขาด ให้คิดเสียว่านั้นคือบทเรียนที่ผ่านมาเพื่อให้คุณได้เข้มแข็ง และกล้าที่จะเผชิญ เป็นเพียงบททดสอบที่ไม่ว่าใครก็เคยผ่าน

  • ใจกว้างและมีน้ำใจ

เคยได้ยินมั้ยคะ กับคำกล่าวที่ว่ายิ่งให้ ก็เหมือนยิ่งได้รับ การที่เราตั้งใจและมุ่งมั่นทำให้ธุรกิจ หรือกิจการของเราสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และจะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตนเองและกิจการมากยิ่งขึ้นหากวันนี้คุณได้ทำกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์แก่สังคม หรือส่วนรวม หนึ่งล่ะคือคุณได้ใจสังคมไปไม่น้อยเลยทีเดียว บางครั้งการเสียสละเล็กๆน้อยๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมากเกินทวีคูณ

1459124242

5 เทคนิคฝ่าวิกฤติ ทางรอดของคน สู้หนี้

“หนี้” คำนี้ไม่ว่าใครก็ถือว่ามันคือวิกฤติของชีวิต ปัจจุบันที่สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยจะสู้ดี ราคาน้ำมันตก หุ้นไทยร่วงต่ำประมาณที่ 1250 จุด (01/2016) ถือเป็นฝันร้ายของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนที่มีหนี้ก้อนโตเป็นภาระติดตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะจากการ ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ผ่อนรถ หรือจากสินเชื่อที่กู้มาเพื่อทำธุรกิจ แต่เศรษฐกิจก็ดันชะลอตัวจนหมุนเงินมาชำระไม่ทัน หรือบางรายหนัก ๆ หน่อยก็ถึงขั้นต้องปิดกิจการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก หรือ SME ที่มีสภาพคล่องย่ำแย่ ปิดตัวไปตาม ๆ กัน รวมถึงพนักงานประจำที่ส่วนใหญ่อาจติดหนี้จากการใช้บัตรเครดิต เรียกได้ว่าไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ก็ไม่ชอบและเกลียดการเป็นหนี้ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงมีเทคนิคในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้มาแนะนำให้ลองทำกัน

เทคนิคทั้ง 5 ที่ใช้ในการฝ่าวิกฤตหนี้ มีดังนี้
  1. ทำบัญชีรายรับ-จ่าย

การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย นั้น ถือเป็นเรื่องแรก ที่ต้องมาแนะนำให้ทำกัน เพราะการทำบัญชีสามารถสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของตัวเราเองได้ ว่าในแต่ละวันเรามีรายได้เท่าไร จากอะไรบ้าง และเราใช้จ่ายอะไรบ้าง จำเป็นหรือไม่จำเป็น การทำบัญชีถือเป็นการฝึกวินัยในการใช้จ่ายได้ด้วย เพราะการจะใช้จ่ายแต่ละครั้ง เราจะคอยคิดคำนวณว่าเราใช้เงินมากเกินความจำเป็นหรือไม่ ทำให้เราเป็นคนละเอียดในการใช้จ่ายมากขึ้น

  1. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อเราทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เรียบร้อยแล้ว และทำเป็นประจำทุก ๆ วัน ผ่านไปซัก 1-2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ให้เรากลับมานั่งดูบัญชีที่เราทำไว้ มาดูพฤติกรรมของตัวเอง ว่าการใช้จ่ายของเรามันเหมาะกับรายได้ที่เราได้รับหรือไม่ แล้วถ้ามีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เราก็จะได้ตัดมันออกไป ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย ก็คือ การชำระหนี้ เราจำเป็นต้องชำระหนี้ให้ตรงเวลา เพื่อปลดภาระของตัวเราออกไป โดยการกันเงินส่วนนี้ไปชำระหนี้เสียก่อน แล้วที่เหลือค่อยนำมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่ไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องหาซื้อมาเพื่อเป็นภาระในการใช้จ่าย

  1. ออมก่อนใช้

เมื่อเรารู้แล้วว่า เรามีภาระในการต้องชำระหนี้เป็นเงินเท่าไรนั้น เราก็กันส่วนนั้นไปชำระ และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องทำก็คือ การออม ซึ่งการแบ่งเงินออมไว้ก็จะทำให้เวลาที่เราต้องการใช้ หรือต้องการใช้จ่ายอะไร เราก็จะมีเงินสดไว้ใช้จ่าย และมีเงินออมไว้เป็นเงินฉุกเฉิน เผื่อวันดีคืนดี มีเรื่องต้องใช้เงินขึ้นมาแต่เราไม่มี ก็ต้องไปหากู้มาอีก เป็นหนี้ซ้ำซ้อนอีก ก็คงจะไม่ดี เพราะฉะนั้นเราจะออมเงินได้ ก็ต้องออมก่อนใช้ อย่าใช้ก่อนออม เพราะโดยทั่วไปแล้วนั้นจะใช้จนหมดแล้วไม่มีเหลือไว้ออม

  1. อาชีพเสริม

เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่เกินตัว ทำให้เกิดหนี้ ก็ต้องหาหนทางเพิ่มรายได้เพื่อมาชำระหนี้ให้หมดเร็ว ๆ การทำอาชีพเสริมก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ปัจจุบันการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตแพร่หลายขึ้นมาก และมีหลากหลายงานเสริมให้เลือกทำเพื่อหารายได้ ตัวอย่างเช่น งานเขียน การเขียนบทความออนไลน์เพื่อขายก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเรา ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของเราเอง ถ้าเขียนได้ดีก็จะได้ค่าจ้างในการเขียนที่เพิ่มสูงขึ้น อีกตัวอย่างงานที่น่าสนใจก็คือ การถ่ายภาพ ปัจจุบันมีการขายภาพผ่านเว็บไซต์ เช่น Shutterstock ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถถ่ายภาพและส่งไปเพื่อขายได้ เพียงแต่ต้องเป็นภาพที่มีคุณภาพ เนื่องจากจะมีผู้ตรวจว่าสามารถให้ขายงานได้หรือไม่ หรือถ้าไม่ถนัดก็มีการเปิดร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าที่ชอบหรือสินค้าที่แตกต่าง ก็สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับเราได้ บางครั้งอาจหารายได้จากการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้มากกว่างานประจำก็ได้

  1. ลงทุน

เมื่อมีการออม มีการหารายได้เสริม เราก็ควรนำมันมาสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากการนำเงินออมไปฝากธนาคารนั้น ได้ดอกเบี้ยในอัตราที่น้อยนิด หรือที่เรียกกันว่าดอกเบี้ยแพ้เงินเฟ้อ จึงควรนำเงินไปลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า โดยการลงทุนนั้นมีหลาย ๆ รูปแบบ เช่น การลงทุนในกองทุนรวม รูปแบบนี้คือเราไม่ต้องวิเคราะห์หรือหาความรู้มากนัก แค่เลือกกองทุนที่บริหารได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย ดูจากผลตอบแทนย้อนหลังซัก 3-5 ปี การลงทุนแบบนี้ก็จะสามารถทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ดีได้ หรือการลงทุนในหุ้น การลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างมาก เพราะต้องใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่สูง มีหลายศาสตร์หลายทฤษฎีให้เลือกใช้ แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่สูงตามเช่นกัน ดังคำที่ว่า “High Risk High Return” หรืออีกแบบ ก็คือการลงทุนใน RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และ LTF กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ซึ่งทั้ง 2 แบบ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ และความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น ดังนั้น เมื่อเราเป็นหนี้ เราก็ยิ่งต้องระมัดระวังในการลงทุน แต่ถ้าเรามีความรู้ในเรื่องธุรกิจมาก การลงทุนก็ยิ่งเป็นทางเลือกที่ดี กล่าวคือ เราต้องเลือกลงทุนให้เหมาะกับตัวเราเอง


เมื่อเราทำตามเทคนิค สู้หนี้ ทั้ง 5 เรียบร้อยแล้ว เราจะมีเงินสดที่ได้จากการลดการใช้จ่าย การออม การทำอาชีพเสริม และจากการลงทุน และเราจะนำเงินก้อนนี้ไปกลบหนี้ให้หมด โดยเริ่มกลบหนี้ก้อนที่มีสัดส่วนดอกเบี้ยมากที่สุดก่อน เมื่อทำแบบนี้ไปซักระยะ เราก็จะมีเงินใช้จ่ายในชีวิตได้สบายขึ้น และเราจะสามารถจะปลดหนี้ได้ในที่สุดอย่างแน่นอน ที่กล่าวมาดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ง่าย แต่ต้องใช้เวลา และการปลดหนี้ได้นั้นสิ่งที่สำคัญคือ “วินัย” และ “ทัศนคติ” ในการใช้ชีวิต บางคนรายได้น้อยแต่ใช้จ่ายเกินตัว แถมยังขาดวินัยในการทำตามแผนที่วางไว้ ก็คงยากปลดหนี้ได้ แต่ถ้ารู้จักปรับทัศนคติ กินอยู่อย่างพอดี พอเพียงกับตัวเอง ทำตามแผนที่ได้วางไว้อย่างมีวินัย ก็จะทำให้ปลดหนี้ได้ในที่สุดและรอดพ้นจากวิกฤตได้แน่นอน
1458776086

รู้เขารู้เรา เสนอขาย 100 ครั้ง ขายได้ 100 ครั้ง

สิ่งหนึ่งในการทำธุรกิจที่สำคัญ คือการสร้างสินค้าที่มีคุณภาพออกมาให้ผู้บริโภคได้ใช้ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าเมื่อได้ใช้ มีบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอด มีความเป็นมิตรกับลูกค้าทุกคน ไม่ตั้งราคาที่แพงมากเกินไปโดยเน้นราคาที่เหมาะสมกับสินค้าของตัวเอง มีของแถมเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ซื้อและอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้นับได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่สามารถทำให้ธุรกิจต่างๆที่ใครหลายๆคนได้สร้างนั้น ประสบความสำเร็จมานับไม่ถ้วนแล้วก็จริง แต่บางครั้งนั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จ เพราะควรที่จะรู้จักลูกค้าของเราด้วย และการที่เรารู้จักลูกค้าของเรา รับรองว่าจะช่วยเราได้อย่างมากเลยล่ะ

การรู้จักลูกค้า ไม่ใช่การรู้จักชื่อจริง นามสกุลจริง รู้จักที่อยู่และอื่นๆนะ แต่การรู้จักลูกค้าในที่นี้หมายถึง “รู้จักลักษณะของลูกค้า” เพราะว่าลูกค้าของเราแต่ละคนนั้นก็จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน และด้วยลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันก็จะทำให้มีความคิด การพิจารณาการเลือกซื้อสินค้าสักชิ้นก็แตกต่างกันด้วย อย่างเช่น การพิจารณาเลือกซื้อขนมสักชิ้นในร้านขนมเค้ก บางคนก็จะพิจารณาจากปริมาณว่า เงินเท่านี้จะได้กี่ชิ้นและต้องซื้ออย่างไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด บางคนก็อาจจะพิจารณาจากสรรพคุณทางด้านอาหารที่เหมาะสมกับราคา และบางคนก็คำนึงถึงความอร่อยเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจราคานะ ฉะนั้นแล้วการรู้จักลักษณะของลูกค้า จะช่วยให้การค้าขาย การสร้างสินค้าหรือการทำธุรกิจของเรา เป็นไปได้อย่างง่ายดายและเจาะถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และเราก็มีลักษณะของลูกค้าดังนี้ให้พิจารณา

  1. ลูกค้าที่คำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก

หลายๆครั้งที่ลูกค้ามักจะเลือกซื้อสิ่งของสักชิ้นหรือจะเลือกใช้บริการอะไรสักอย่าง โดยพิจารณาจากความคุ้มค่าเป็นหลักหลังจากได้ซื้อมาไว้ในครอบครองหรือหลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว พิจารณาถึงประโยชน์ที่จะได้จากสิ่งนั้นหลักจากที่ได้ซื้อ พิจารณาจากความคุ้มค่าการใช้งานเป็นหลัก พิจารณาว่าจะได้อะไรจากสิ่งนั้น และแน่นอนว่าลูกค้าเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่สนใจแบรนด์ ไม่สนใจยี่ห้อสักเท่าไหร่นะ ซึ่งถ้าหากว่าสินค้าของเราหรือบริการของเรา ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่าสูงสุด ลูกค้าก็จะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากเราอย่างไม่ลังเลเลยล่ะ

เราสามารถเห็นการพิจารณาเหล่านี้จากสินค้าจำพวกเทคโนโลยีเป็นหลัก อุปกรณ์เครื่องใช้ และสิ่งอื่นๆรวมไปถึงบริการบางอย่างด้วยนะ และถ้าหากว่าเราเจอกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือ ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่ามากที่สุด

  1. ลูกค้ากระชับมิตร

เคยหรือเปล่าล่ะ ที่เราเห็นลูกค้ากับคนขาย ได้คุยกันถูกคอจนทำให้ลูกค้าคนนั้นไม่สนใจที่จะซื้อสินค้าจากร้านอื่นเลยล่ะ ซึ่งถึงแม้ว่าร้านค้าที่ลูกค้าคนนั้นซื้อจะประจำ จะมีราคาแพงกว่าร้านอื่นๆก็ตามแต่ลูกค้าคนนั้นก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนร้านซื้อนะ นั่นเป็นเพราะความผูกพัน ความรู้สึกดีที่ลูกค้ามีต่อผู้ขายนะ

ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าเหล่านี้จะเป็นลูกค้าขาประจำของเรานะ ถึงแม้ว่าสินค้าของร้านเราจะเป็นสองรองจากร้านอื่นก็จริง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะว่าลูกค้าคนนั้นจะไม่หายไปไหนแน่นอน และถ้าหากว่าเราเจอลูกค้าลักษณะนี้ในร้านของเรา สิ่งหนึ่งที่เราควรทำคือให้ความอบอุ่น ทำให้ลูกค้าคนนั้นรู้สึกดี รู้สึกถูกชะตา รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา เข้าใจความรู้สึกของลูกค้า เพราะลูกค้าลักษณะนี้จะเลือกซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากคนขายเป็นหลัก

  1. ลูกค้าสายวิเคราะห์

บางครั้งลูกค้าบางคนหรือลูกค้าหลายๆคนเลยล่ะ ก็รู้ถึงคุณภาพ รู้ถึงสรรพคุณของสินค้าที่เราขาย หรือรู้ทันกลยุทธ์โน้มน้าวใจของคนขายนะ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่ค่อยสนใจโปรโมชั่นสักเท่าไหร่ แต่จะสนใจไปยังคุณภาพของสินค้าจริงๆเท่านั้น ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยเกี่ยวกับสินค้าประเภทอุปกรณ์ IT ที่เน้นคุณภาพมากกว่าเน้นโปรโมชั่น

ลูกค้าสายวิเคราะห์นั้น มักจะหาข้อมูลของสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหาดูรีวิว ถามคนที่เคยใช้ อ่านบทวิเคราะห์ และอื่นๆอีกมากมายเพื่อที่จะทำให้ตัวเองแน่ใจได้ว่า สินค้าที่ตัวเองต้องการนี้ ดีจริงๆไม่มีโม้ และสิ่งที่เราต้องทำเมื่อเจอลูกค้าลักษณะนี้ คือทำให้ลูกค้ารู้สึกและเห็นได้ว่า สินค้าของเรามีความคุ้มค่าอย่างเห็นได้ชัด ประหยัดเมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆและที่สำคัญห้ามโกหกนะ  

  1. ลูกค้าที่เน้นผลลัพธ์ระยะสั้น

เคยหรือเปล่าล่ะ ที่เราซื้อสินค้าอะไรมากสักอย่างหนึ่ง แล้วเราก็ประสบปัญหาอย่างมากเลยล่ะในการเก็บหลังจากที่ใช้งานเสร็จ ประสบปัญหาในเรื่องของการติดตั้งที่ยากและอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลานั้นเราอาจจะต้องการอะไรสักอย่างที่เก็บง่ายๆหรือติดตั้งง่ายๆนะ อย่างเช่นกระทะที่บ้าน หรือ อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในงานเลี้ยงสังสรรค์

ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าลักษณะนี้มักจะเน้นหรือต้องการสินค้าที่สะดวกสบายในการใช้งาน ไม่เน้นวิชาการหรือวิเคราะห์อะไรมาก เน้นเพียงแค่ว่าสินค้าชิ้นนี้มันดีจริงเหมือนอย่างที่โฆษณาหรือเปล่า อย่างเช่นอาหารเสริมที่เขียนไว้ว่าจะเห็นผลภายใน 7 วัน แต่หลังจากที่ลูกค้าได้ใช้แล้ว ก็ไม่เห็นผลสักที จึงทำให้ลูกค้าไม่คิดจะซื้อมาใช้ต่อ เมื่อเราเจอลูกค้าลักษณะนี้ สิ่งที่เราควรทำคือพูดเน้นจุดเด่นของสินค้าของเรา สร้างประสบการณ์ดีๆให้ลูกค้าอยากใช้


รู้เขารู้เรา เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายของสินค้าของเราได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญยังทำให้เราสามารถวางแผนรับมือกับลูกค้าลักษณะต่างๆที่เราจะเจอได้อีกด้วย รับรองว่าการสร้างลูกค้าให้กับสินค้าหรือธุรกิจของเรา จะไม่ยากเลยล่ะ
1458601741

รู้ก่อนแก้ก่อน ! 4 นิสัยทำ การเงินติดขัด

ในยุคปัจจุบันคนเราส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับการทำงานมากกว่าเวลาที่จะดูแลตนเองและครอบครัว เพราะเงินเป็นสิ่งที่เริ่มหายากมากยิ่งขึ้นทุกวันแต่ละครอบครัวหรือแต่ละบุคคลก็ต่างมีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงิน จึงต้องขยันทำงานให้ได้เงินรายรับมากพอกับเงินรายจ่ายหรือคนในบางกลุ่มก็ตั้งใจทำงาน เพื่ออนาคตวันข้างหน้าใช้จ่ายอย่างประหยัดและหมั่นเก็บออมอยู่เสมอ แต่คนในกลุ่มแรกในยุคปัจจุบันนั้นหาได้ยากมากพอสมควรส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อหาเงินชดใช้หนี้ที่ก่อขึ้นมา ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ บางคนมีรายจ่ายที่ไม่เหมาะสมกับรายรับของตนเองจึงเกิดปัญหาเรื่อง การเงินติดขัด อยู่เสมอ

ยิ่งในยุคสมัยนี้คนเราสามารถสร้างหนี้ได้ง่ายมากขึ้นเพียงมีรายได้ประจำและมีเกณฑ์เงินเดือนที่ ได้ตามมาตรฐานของแหล่งสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็สามารถที่จะทำบัตรเครดิต บัตรเงินสด หรือทำเรื่องกู้ได้เกือบทั้งหมด จึงทำให้คนเราเกิดหนี้สินเพิ่มพูนหนี้เก่ายังชดใช้ไม่หมดก็สร้างหนี้ใหม่ขึ้นมาอีกเงิน จึงไม่มีเหลือเก็บหรือในบางรายแทบไม่เหลือเงินในการใช้จ่ายให้อยู่รอดตลอดทั้งเดือน


เพราะด้วยนิสัยความฟุ้งเฟ้อของคนเราเป็นหลักเลือกซื้อหรือผ่อนชำระสิ่งของที่ไม่มีความจำเป็นหรือ เกินตัวมากเกินไป บางคนทำงานไม่เท่าไหร่ก็อยากที่จะมีรถยนต์คันใหม่เพื่อที่จะได้เทียบเท่ากับผู้อื่น ยอมเป็นหนี้ก้อนใหญ่เพื่อได้เชิดหน้าชูตา แต่เมื่อถึงเวลาผ่อนชำระจึงจะรู้สึกได้ว่ามัน คือ ภาระก้อนใหญ่ ที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการผ่อนชำระหรือในบางคนเงินเดือนอาจไม่สูงมากแต่คิดว่าตนเองเงินเดือนสูงแล้วสามารถผ่อนบ้านได้อย่างสบายภาระหนี้เรื่องรถยนต์ว่าหนักพอสมควรแล้วแต่ภาระหนี้สินที่กู้ยืม มาซื้อบ้านหรือก่อสร้างบ้านั้นหนักกว่าหนี้รถยนต์หลายเท่าตัว บางคนผ่อนชำระทั้งบ้านและรถทำให้หนี้สินท่วมหัวจนไม่สามารถที่จะไปรอดได้ท้ายที่สุดก็ต้องยอมเสียทั้งบ้านทั้งรถและต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ อีกครั้ง


วัตถุนิยม

อย่างเช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เครื่องเองดับ เป็นต้น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เงินรายรับ ไม่พอดีกับเงินรายจ่าย เพราะคนส่วนใหญ่ชอบอะไรที่เกินตัวเพื่อที่จะได้อวดผู้อื่นว่าตนก็มีหรือหามาได้เช่นกันด้วยการยอมเป็นหนี้เพื่อที่จะมีวัตถุนิยมตามสังคมที่ตนเองอยู่ แม้ว่าเบื้องหลังแล้วจะต้องใช้ชีวิตประจำวันอย่างยากลำบากก็ตามขอให้ดูภายนอกแล้วตนเองทัดเทียมกับผู้อื่นก็เพียงพอแล้ว จนลืม ไปว่าสิ่งเหล่านี้มันมีพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เมื่อผู้อื่นเปลี่ยนไปใช้งานรุ่นใหม่ก็ต้องตามไป ให้มีเหมือนผู้อื่นให้ได้ หนี้เก่าไม่หมดก็สร้างหนี้ใหม่แล้วเงินรายรับจะเพียงพอต่อรายจ่ายได้ เช่น ไร


การเข้ารับประทานอาหารตามร้านดัง ๆ

หรือร้านหรู ๆ นั้น เหมาะสมกับผู้ที่มีรายได้แน่นอนและไม่เดือดร้อนหากจะรับประทานหรือดื่มเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีราคาแพงต่อมื้อ หากเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนที่ยังมีภาระหนี้สินมากมายร้านเหล่านี้อาจจะไม่เหมาะสักเท่าใด เพราะอิ่มเพียงมื้อเดียวแต่ต้องอยู่ อย่างยากลำบากไปตลอดทั้งเดือนมันคงไม่ใช่สิ่งที่ดีอย่างแน่นอนไม่ว่าจะใช้จ่ายใด ๆ ก็ควรที่จะคำนึงถึงสภาพคล่องของตนเองเอาไว้ให้มากที่สุด บางครั้งการปรุงอาหารเพื่อรับประทานกับคนในครอบครัว เสียเงินเพียงเล็กน้อยแต่ได้รสชาติอาหารที่ดีและยังมีเวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวน่าจะเป็นทางออก ที่ดีกว่าการไปนั่งรับประทานอาหารตามร้านที่มีราคาแพงได้พอสมควร


การตกแต่งบ้าน

ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเราส่วนใหญ่หมดเงินไปเป็นจำนวนมากต่อครั้ง โดยลืมคิดไปว่าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านบางอย่างนั้นหาซื้อในราคาที่ไม่แพงก็ให้ความสวยงามได้ไม่ต่างจากอุปกรณ์ตกแต่งราคาแพงอย่างเช่น ม่านที่ติดตาหน้าต่างและประตูบ้านหากเลือกแบบราคาแพงแล้วคิดว่าบ้านสวย ใครไป ใครมาก็ต้องชมและยอมเสียเงินจำนวนไม่น้อยในการใส่ม่านแต่ละครั้งเป็นความคิดที่ผิด และสิ้นเปลืองอย่างมาก ผ้าม่านราคาถูกและมีคุณภาพที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดมีอยู่มากมาย หากรู้จักเลือกลายให้ดีและนำมาติดตั้งให้สวยงามก็ทำให้บ้านเรือนดูสวยขึ้นมาได้ไม่ใช่น้อยเช่นกัน การตกแต่งชุดเครื่องครัวก็เป็นการสิ้นเปลืองเช่นกันเพราะทุกวันนี้คนเราแทบไม่มีเวลาจะดูแลตนเองเสียเงินทำครัวหมดเป็นแสนแต่ใช้งานจริงเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้สิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ หรือแม้ว่าจะใช้งานครัวเรือนอยู่บ่อยครั้งก็ตกแต่งให้เพื่อใช้งานได้เข้าไปประกอบอาหารได้ไม่จำเป็นต้องสวยงามมากมายเพียงแค่รู้จักรักษาความสะอาดอยู่เสมอก็เพียงพอแล้ว


การตกแต่งรถ

เป็นส่วนทำให้คนเราไม่มีเงินเหลือเก็บและหมดเงินไปโดย ไร้ประโยชน์ บางคนยังผ่อนชำระหนี้รถยนต์ไม่หมดแทนที่จะเก็บนำเงินส่วนที่แต่งรถไปผ่อนชำระหนี้ เพื่อให้หนี้เหลือลดน้อยลงแต่กลับนำมาตกแต่งรถยนต์จนเงินหมดไม่เหลือแม้แต่จะผ่อนชำระหนี้สินหรือใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันเพราะเพียงแค่อยากให้ผู้อื่นเห็นว่ารถยนต์ของตนเองนั้นสวยงามมากแค่ไหน แต่ในความจริงแล้วคนเราความชื่นชอบนั้นแตกต่างกัน


ก่อนใช้จ่ายเงินควรคำนึงถึงรายรับของตนเองอยู่เสมอว่ามันจะเพียงพอต่อรายจ่ายหรือไม่แบ่งสรรปันส่วนเงินให้ลงตัวและต้องมีเงินเก็บเอาไว้ตลอดที่มีรายรับเข้ามา รู้จักจดบันทึกการใช้จ่ายและรายรับของตนเองอยู่ตลอดทุกวันจะช่วยให้รู้ถึงค่าใช้จ่ายว่าส่วนไหนสำคัญและไม่สำคัญหากสามารถคุมค่าใช้จ่ายของตนเองได้อยู่เสมอทุกเดือนเมื่อมีเงินเก็บเป็นจำนวนมากแล้วจะซื้อรถยนต์หรือซื้อบ้านก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อรายรับรายจ่ายอีกต่อไป
1458428983

ครอบครัวกับระบบการเงิน ที่(จำเป็น)ต้องคุย

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังจะสร้างครอบครัวนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องอ่านสาระดีๆที่เราได้นำมาฝากเหล่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้มีครอบครัวและแต่งงานไปแล้ว เคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าทำไมหลายคู่แม้ว่าจะรักกันดีอยู่นั้นแต่จำเป็นที่ต้องเลิกรากันไป ส่วนหนึ่งนั้นมาจากความขัดแย้งเรื่องการเงินนี่ล่ะค่ะ เอาล่ะวันนี้ไม่อ่านไม่ได้แล้ว เชื่อได้เลยว่าเมื่อเป็นคำว่าครอบครัวแล้วนั้นคงไม่มีใครที่อยากจะยุติความสัมพันธ์เหล่านั้นหรอก และวันนี้เรามีหนทางที่จะไม่พบเจอกับปัญหาดังกล่าว

งานแต่งงานแท้จริงแล้วสำคัญหรือไม่?
สำหรับงานแต่งเอาล่ะ…ประเพณีไทย อย่างไรเสียก็ต้องมี แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ไม่จำเป็นที่จะต้องทุ่มเงินเก็บไปหมดตัก มีหลายคนเลยนะคะที่ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากจนลืมไปเลยว่าการแต่งงานเป็นเพียงฉากเริ่มต้นของชีวิตคู่ฉากหนึ่งเท่านั้นอะไรที่สามารถประหยัดได้ก็ควรทำเสีย รู้หรือไม่ค่าใช้จ่ายที่ตามมานั้นบอกได้เลยว่าคุณจะปวดหัวกับมันไม่น้อยเลยล่ะ ดังนั้นเรื่องนี้ควรที่จะตกลงให้ดีก่อน


แรกเริ่มชีวิตคู่อย่างเป็นระบบ

การวางแผนการใช้จ่าย การแบ่งสัดแบ่งส่วน การวางแผนอนาคตนั้นจำเป็นที่จำต้องหันหน้าเข้ามาหากันเพื่อทำความเข้าใจ ต้องมีเป้าหมายสำหรับการเงินว่าต้องเก็บตรงไหน ใช้ส่วนไหน ต้องวางโครงการระยะยาวเช่นการมีบุตร เงินค่าใช้จ่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นระยะการตั้งครรภ์ การเลี้ยงดูบุตรยาวไปจนถึงการศึกษาของลูกน้อย และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะต้องทำการปรึกษากันจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยค่ะ


1. เรื่องการซื้อของชิ้นใหญ่นั้น

หากไม่ได้ทำการปรึกษากันนั้นไม่ใช่ครอบครัวแล้วล่ะค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรก้อย่าทำราวกับว่าคู่ชีวิตเป็นหัวหลักหัวตอ ปรึกษาสักนิด คิดสักหน่อยว่าวันนี้ระบบการเงินของคุณนั้นพร้อมหรือยังกับภาระหนี้สินระยะยาวเลยทีเดียว ความเหมาะสมในสภาพการเงินเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่คนสองคน ระหว่างสามีกับภรรยาจะต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันนั่นเองค่ะ ต้องเคารพการตัดสินใจและอิงความมีเหตุผลด้วยนะ


2. เรื่องลูก

หากต้องการมีก็คิดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ การมีลูกนั้นค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยล่ะ ถูกอย่างคำที่เคยได้ยินว่ามีลูกหนึ่งคนจนไปหลายปี ถ้าหากแน่ใจแล้วว่าต้องการมีลูกก็อย่าปล่อยให้อายุมากจนไม่สามารถมีลูกได้ล่ะ หลายคนได้เสียเงินในจุดนี้ไปไม่น้อยเลยเช่นกัน หากเห็นว่าระบบการเงินอยู่ตัว เข้าที่เข้าทางและสามารถประครองครอบครัวไปได้แล้วก็รีบมีเจ้าตัวเล็กเสีย นานวันเข้าโอกาสที่จะมีลูกยากก็เพิ่มเข้ามาทุกที สู้เก็บเงินส่วนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยวตัวน้อยๆจะดีกว่านะคะ


3. เงินออม เงินฉุกเฉิน

เมื่อก่อนอาจไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ การที่อยู่ตัวคนเดียวนั้นจะทำอะไรก็ได้ เพราะอย่างไรเสียเมื่อหันกลับมาหาพ่อแม่ ท่านก็ยินดีช่วยคุณได้เต็มที่ แต่วันนี้มีครอบครัวแล้วเปลี่ยนเสียความคิดเหล่านั้น ต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น จะหันมาพึ่งใบบุญพ่อแม่เหมือนแต่เดิมนั้นไม่ได้อีกต่อไป ต้องรู้จักที่จะเก็บ นึกตลอดเวลาเลยว่าหากเกิดอะไรขึ้นนั้นจะต้องมีสำรองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ตกงาน อุบัติเหตุ หรือสภาวะต่างๆต้องมีการเตรียมความพร้อมเสมอ อย่าใช้จ่ายจนลืมคิดถึงส่วนนี้ไปเสียล่ะ บอกได้เลยว่าจะลำบากแน่นอนหากมีวันนั้นจริงๆ


4. หากมีโอกาสที่พอจะเห็นแนวทางในการต่อทุนยอด หรืออต่อทุนได้นั้นก็ทำๆไปเสีย

อย่ามัวรอเบี้ยในธนาคารเพียงอย่างเดียว จงเอาเงินก้อนที่มาจากการเก็บออมนั้นไปต่อยอด หรือทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจการของตัวเอง แต่ทั้งนี้จะต้องทำการศึกษาก่อนว่าอยู่บนความเสี่ยงมากน้อยเพียงไหน เพื่อป้องกันเงินก้อนนั้นสูญหายไป


5. สำหรับครอบครัวไหนที่กำลังจนมุมเรื่องปัญหาหนี้สินนั้นบอกเลยว่าหันหน้าเข้าปรึกษากับแหล่งการเงินที่คุณได้กูยืมมาดีที่สุด เขาเข้าใจดี เพียงคุณติดต่อและไม่หนีหนี้ ซึ่งทางออกที่ได้รับนั้นบอกได้เลยว่าเป็นที่น่าพอใจไม่น้อยเลยล่ะ ขอย้ำว่าห้ามหนีหนี้อย่างเด็ดขาด ประวัติเสีย จะยากต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในครั้งต่อไปนะคะ


6. เมื่อตกงานนั้นจะต้องทำอย่างไร วันนี้คิดบ้างหรือยัง

เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามไปเสียเลย เด็กจบใหม่ไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้นการเป็นพนักงานเงินเดือนนั้นไม่ได้ยั่งยืนไปอย่างที่คุณคิด บางครั้งฐานเงินเดือนคุณสูงบริษัทอาจยกเลิกการจ้างงานคุณเพื่อหันหน้าไปพึ่งเด็กใหม่ก็เป็นไปได้ ดังนั้นจงเร่งสร้างหลักไว้เพื่อยึดเหนี่ยวเสียตั้งแต่ตอนที่ยังมีกำลัง เพราะมิเช่นนั้นแล้วคุณต้องลำบากอย่างแน่นอนหากต้องมีการเดินแตะฝุ่นแล้ว สมาชิกน้อยๆในครอบครัวนั้นจะลำบากเอา


อย่างไรเสียก็ไม่ปฏิเสธเลยว่า ครอบครัวกับระบบการเงิน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากมีการวางแผน การจัดการที่ดีนั้นครอบครัวของคุณเองก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดเหตุสะดุดเอาเสียเลย วันนี้พร้อมหรือยังกับการเริ่มต้นครอบครัว สำหรับครอบครัวไหนที่ยังไม่ได้จัดสรรเรื่องเหล่านี้ก็ไม่สายที่จะหันมาให้ความใส่ใจนะคะ

1458169474

5 วิธีหลักรับมือสู้วิกฤต ผ่อนบ้านไม่ไหว

สู้ไม่ไหว หาเงินเท่าไหร่ ไม่พอจ่ายค่าบ้าน ผ่อนบ้านไม่ไหว แล้ว สิ่งแรกที่หลายๆคนคิดคือการ หยุดผ่อนค่างวดบ้านหนีหายไปเฉยๆ หรือไม่ติดต่อกับสถาบันการเงินหรือธนาคารที่ให้กู้  การทำแบบนี้จะทำให้เหตุการณ์เลวร้ายกว่าเดิมเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับการผ่อนบ้าน แนวทางที่ถูกต้องควรที่จะเจรจาขอผ่อนผันหนี้กับธนาคารที่ปล่อยกู้ เพื่อปรับเงื่อนไขต่างๆที่ผูกพันรายจ่ายค่างวดบ้านใหม่ อาจจะเป็นชั่วคราวไปก่อนก็ได้ เพื่อให้วิกฤตทางการเงินที่เข้ามาในชีวิตคลี่คลายหรือผ่านพ้นไปก่อน เมื่อมีปัญหาลองแก้ไขตามแนวทางนี้ดูอาจจะช่วยคุณได้

1.จัดอันดับความสำคัญในการชำระหนี้

หากตอนนี้คุณประสบปัญหาด้านการเงิน จนต้องเรียงลำดับการผ่อนชำระหนี้ของตัวเองอย่างรอบคอบ ก็พยายามผ่อนจ่ายหนี้เงินกู้บ้านให้เรียบร้อยก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนหนี้บัตรเครดิต และหนี้อื่น ๆ ค่อยทยอยผ่อนชำระเป็นลำดับต่อไป เนื่องจากส่วนมากแล้วระยะเวลาในการชำระหนี้บัตรเครดิต มักจะมีระยะเวลาให้คุณได้พักหายใจหายคอ หรือมีการผ่อนชำระขั้นต่ำ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินจริง ๆ แต่ทางที่ดีกันเงินไว้ให้เพียงพอต่อการผ่อนชำระหนี้ทุกอย่างจะปลอดภัยที่สุด


2.ติดต่อธนาคาร ขอผ่อนผันชำระยอดหนี้ค้างชำระ
โดยลูกหนี้อาจขอผ่อนชำระคืนยอดหนี้ที่ค้างได้นานสูงสุด 36 เดือน ติดต่อกันโดยทำได้ใน 3 ลักษณะ คือ ลักษณะแรกเป็นการขอเฉลี่ยหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมดออกเป็นงวด ๆ งวดละเท่า ๆ กัน และผ่อนชำระคืนติดต่อกันทุกเดือน ลักษณะที่สองเป็นการชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดในเวลาที่ตกลง หรือลักษณะสุดท้ายเป็นการขอชำระหนี้ที่ค้างเป็นเงินก้อนเป็นงวดๆ ตามเวลาที่ตกลง หากคุณรู้ตัวว่าเดือนนี้ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้จำนวนเต็มได้แน่ ๆ ให้ติดต่อธนาคารผู้ให้กู้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีจดหมายทวงหนี้ส่งมาถึงบ้านก่อน และการไปเจรจากับธนาคารในหนนี้ คุณก็จำเป็นต้องเตรียมเอกสารการเงิน ที่สามารถยืนยันสถานภาพทางการเงินของคุณได้ไปด้วย เพื่อให้ทางธนาคารเชื่อถือเครดิตของคุณ และยอมผ่อนปรนให้คุณผ่อนขยายเวลาชำระหนี้ ซึ่งทางธนาคารอาจจะใจดีผ่อนปรนงดเก็บหนี้ประมาณ 1-6 เดือน หรือสูงสุด 1-2 ปี และอีกกรณีก็อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยให้คุณนานสูงสุด 18 เดือนเลยก็ได้


3.ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว แล้วซื้อคืนภายหลัง

ปกติสถาบันการเงินจะรับโอนหลักประกัน โดยหักกลบลบหนี้ในจำนวนไม่เกิน 90 % ของมูลค่าหลักประกัน หากมีหนี้ส่วนที่เกิน ลูกหนี้จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่โอน โดยหลักประกันจะต้องอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือในเขตเทศบาลของจังหวัดอื่นเท่านั้น สถาบันการเงินจะคิดค่าเช่าในอัตราเดือนละ 0.4 – 0.6 % ของมูลค่าหลักประกัน ทำสัญญา 1 ปี เมื่อครบกำหนด 1 ปี แล้วจะต่อสัญญาจากพฤติกรรมการอยู่อาศัยและการปฏิบัติตามสัญญาเช่า ผู้เช่าต้องวางเงินประกันค่าเสียหายในวงเงินค่าเช่า 1 เดือน พร้อมทั้งชำระค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญาเช่า เมื่อผู้เช่ารายใดมีความประสงค์ที่จะขอซื้อคืน สถาบันการเงินจะขายคืนให้ ราคาที่ขายคืนปกติจะพิจารณาจากยอดหนี้คงเหลือที่ใช้หักกลบลบหนี้กับหลักประกัน ทั้งนี้ในการซื้อคืนของลูกหนี้ผู้เช่าอยู่อาศัยสามารถขอสินเชื่อได้ด้วย


4.รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน

การรีไฟแนนซ์เป็นอีกวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านถูกยึดได้ แต่ก่อนจะรีไฟแนนซ์ควรตรวจสอบข้อมูลธนาคารใหม่ให้ดี และพิจารณาผลได้ ผลเสียให้รอบคอบด้วย เพราะมีหลายกรณีที่รีไฟแนนซ์ไปแล้ว แต่เกิดปัญหาหนักกว่า เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูงกว่าที่คาดไว้ ทำให้คุณเสี่ยงถูกยึดบ้านอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้


5.ขอเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามสัญญากู้ใหม่ กู้เพิ่ม หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญา

ลูกหนี้จะต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชั้นฟ้องคดีและชั้นบังคับคดีให้หมดเสียก่อน และลูกหนี้เดิมจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้ขอประนอมหนี้ไว้ จากนั้นจึงค่อยให้ผู้กู้รายเดิมหรือผู้กู้รายใหม่ ยื่นคำขอกู้ต่อไป

1458083417

สุขภาพกับความสำเร็จ อะไรสำคัญกว่า

ความสำเร็จคือความสำคัญในการดำเนินชีวิตของใคร ๆ หลายคน และผู้คนในปัจจุบันก็มีการมุ่งเป้าหมายไปสู่ความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวกันเป็นอย่างมาก เพราะในสังคมปัจจุบันความสำเร็จนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องไขว่คว้ากันเป็นอย่างมาก จนบางครั้งก็อาจจะลืมเรื่องของคนรอบข้างหรือสุขภาพไป จึงควรต้องมีการเริ่มต้นที่ถูกต้อง เพื่อจะสามารถให้ทั้ง สุขภาพกับความสำเร็จ เดินไปควบคู่กันได้ แต่ต้องยอมรับว่าสังคมในปัจจุบันต่างก็ตามหาความสำเร็จในชีวิตที่มากกว่าการรักษาสุขภาพ ทั้งยังทำงานกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อคว้าเอาความสำเร็จในชีวิตมาสู่ตนเอง การทำงานหนักหรือการทุ่มเทไปสู่สิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่สำคัญของการนำไปสู่ความสำเร็จ เป็นเรื่องที่ใครก็คิดว่าการทำงานอย่างหนักเท่านั้นจึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่ในเด็กก็ยังมีการเรียนที่มากขึ้นกว่าเดิม และมีการเสริมสารพัดวิชา ทำให้เด็กต้องเรียนกันอย่างหนักหน่วง เพื่อไปคว้าความสำเร็จในอนาคต


สุขภาพกับความสำเร็จ เป็นสิ่งที่แลกกันไม่ได้

การที่เรียนอย่างหนักจึงทำให้เรื่องของการรักษาสุขภาพ โดนละเลยไปตั้งแต่ช่วงนั้นและเมื่อเข้าสู่ในวัยทำงานก็ต้องคร่ำเคร่งในการทำงาน เพื่อคว้ามาซึ่งความสำเร็จในชีวิตการทำงานต่อไป เรียกได้ว่าตลอดทั้งชีวิตของคนต้องการไขว่คว้าความสำเร็จกันจนถึงวินาทีสุดท้าย จนทำให้มองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างสุขภาพร่างกาย ที่เมื่อร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง และมีแต่โรครุมเร้า จนวันหนึ่งอาจจะล้มป่วยไปกะทันหันสิ่งที่ทำมาทั้งหมด ที่พยายามมาตั้งแต่แรกก็อาจจะพังทลายไปในพริบตา ความสำเร็จที่สร้างมาก็อาจจะได้รับการตอบแทนด้วยการต้องรักษาตัวเองอย่างยาวนาน และในบางคนก็อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตไปเลยก็ได้เช่นกัน เพราะโรคภัยในปัจจุบันที่เกิดจากพฤติกรรมส่วนตัวของคนทำงานนั้นถือว่ามีเพิ่มขึ้นทุกวัน พร้อมทั้งพัฒนาความรุนแรงที่มากขึ้นกว่าเดิม และยังเป็นโรคที่คนไทยเป็นกันเยอะมากที่สุดอีกด้วย แค่เพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ดูแลตัวเอง ก็อาจจะลุกลามไปสู่โรคใหญ่ ที่ต้องรักษาตัวเองอย่างยาวนานและอาจจะต้องใช้เงินรักษาที่มากมาย ซึ่งถือว่าแค่เรื่องนิดเดียวก็อาจจะทำสูญเสียสิ่งที่ต้องการไปเกือบทั้งหมด


พราะคุณเลือกได้ จงเลือกทั้งสุขภาพดีและความสำเร็จ

ปัจจุบันจึงได้มีการพูดถึงเรื่องของสุขภาพและการทำงานต้องมีควบคู่กันไป และสุขภาพก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการประสบความสำเร็จ เพราะถ้าวันใดที่ร่างกายไม่สามารถไปต่อได้ ความสำเร็จที่ได้มาก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของตนเองได้ นอกจากนี้ความสุขในครอบครัวก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ความสำเร็จไม่สามารถทดแทนได้อีกเรื่อง เพราะฉะนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีการสามารถประสบความสำเร็จไปพร้อมกับสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ไปพร้อมกัน ออกมาเผยแพร่กันอย่างมากมาย เพื่อสามารถหาสมดุลที่ดีให้กับชีวิต เพราะนักธุรกิจชื่อดังหลาย ๆ คนเองก็ได้มีการออกมายอมรับว่าสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากต่อการประสบความสำเร็จ


ถ้าร่างกายดี คุณจะได้ไปต่อ

การประสบความสำเร็จในชีวิตที่แท้จริง คือการมีสุขภาพและการทำงานที่ดีไปพร้อมกันและผสมผสานกันไปอย่างลงตัว จึงมีการดูแลและรักษาสุขภาพกันมากขึ้น โดยแม้กระทั่งทางภาครัฐยังต้องมีการออกมาสนับสนุนให้คนทำงาน หันกลับมาออกกำลังกายและรักษาสุขภาพกันมากขึ้น และก็ได้ผลเป็นอย่างดีเพราะในปัจจุบันมีคนทำงานที่รักษาสุขภาพของตนเองกันเพิ่มมากขึ้นจากเดิม และยังมีเทรนด์การรักษาสุขภาพออกมาเผยแพร่กันอย่างมากมาย ทั้งการไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสหรือการไปออกวิ่งตามสวนสาธารณะต่าง ๆ ยามเย็นอย่างเพลิดเพลิน เพิ่มไลฟ์สไตล์ด้วยการออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเล็ก ๆ ให้หุ่นดูดีแบบไม่ผอมมากจนเกินไป รวมไปถึงอาหารการกินที่รักษาสุขภาพมากกว่าเดิม จากการรับประทานแค่เพียงอาหารธรรมดาทั่วไปที่ไม่ว่าจะเป็นแกงที่มีความมันสูง หรืออาหารทอดที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อร่างกายมากนัก ก็กลายมาเป็นอาหารคลีนที่ไม่เน้นมันไม่มีการทอด หรืออาจจะทอดด้วยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ทำลายสุขภาพ และอาหารใน 1 มื้อจะมีครบทุกประเภทและสารอาหารที่ครบถ้วน มีผักและผลไม้ที่สามารถให้ระบบการขับถ่ายที่ดี


นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมในเรื่องของการคลายเครียด มีวิธีการต่าง ๆ ที่ช่วยแนะนำให้ผู้คนที่ทำงานได้คลายเครียดกับงานที่ทำ และการได้ออกกำลังกายก็ยังเป็นวิธีการคลายเครียดที่ดีอีกด้วย ทางภาครัฐเองก็ได้มีการส่งเสริมการลดความเครียดด้วยสายด่วนรับปรึกษาปัญหาชีวิตต่าง ๆ พร้อมกับการเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการคลายเครียดให้แก่ประชาชน ทั้งยังมีการสร้างสวนสุขภาพที่มีการนำเอาเครื่องออกกำลังกายที่หลากหลายมาลงไว้ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านทั่วประเทศ พร้อมไปด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์ของสวนสารธารณะให้กลับมาดูน่ามองและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้มาวิ่งออกกำลังกาย และมาเล่นเครื่องออกกำลังกายที่สร้างไว้ให้ประชาชนทั่วไป เพราะสุขภาพร่างกายของคนในชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้ามีผู้ป่วยเยอะเศรษฐกิจชาติก็คงจะแย่ลง และมีปัญหาอีกมากมายตามมาในอนาคต จึงต้องมีการส่งเสริมให้ผู้คนหันมารักษาสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจที่พร้อมสมบูรณ์ ทำให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแรง ทั้งนี้ก็เพื่อคุณภาพชีวิตของตนเองและเพื่อสังคมของชาติต่อไปในอนาคตอีกด้วย
1457243568

5 สาเหตุความจน ที่คุณจงใจสร้างขึ้นเอง

สาเหตุความจน หนึ่งสาเหตุทางการเงินที่ทำให้คนเราอดทนทำงาน เพื่อดำรงชีวิตอยู่รอด แต่แล้วก็เจ้าตัว”การเงิน” อีกนั้นหละ ที่ทำให้ชีวิตผลิกผันจากความสบายในชีวิตมาเป็นความเครียดที่ต้องหาเงินเพิ่ม เพราะเข้าใจการใช้จ่ายเงินแบบผิดๆ ขอเสนอ 5 ข้อสำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน ที่คนนิยมทำด้วยความไม่รู้ หรือรู้แล้วก็มองข้ามไป ลองมาดูสิว่าตัวเราเองมีพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วผลที่ได้คือสาเหตุความเครียดทางการเงินนั้นคือความจริงหรือไม่ ?

1.อยู่แบบหาเช้ากินค่ำ

ไม่มีใครอยากมีชีวิตหรือฐานะการเงินแบบหาเช้ากินค่ำ หมายถึง หาได้เท่าไหร่ ก็ใช้จ่ายหมดไปเท่านั้น ไม่มีเงินเหลือ ไม่มีเงินเก็บ กลายเป็น สาเหตุความจน ใช้ชีวิตแบบหมุนเงินแบบเดือนชนเดือนไปเรื่อยๆ หากใครอยู่ในวงจรนี้ ขอแนะนำให้ถามตัวเองเดี๋ยวนี้ว่า จะหาส่วนต่างรายรับ-รายจ่ายให้กลายเป็น “เงินเก็บ” ได้อย่างไร ? ลองหาวิธีเพิ่มรายได้ หรือลดรายจ่าย หรือเลิกพฤติกรรมที่เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์เพื่อระบายความเครียดของสาวๆดีไหม


2.บัตรเครดิต เสมือนเป็นการใช้จ่ายเงินอนาคต เป็นการจ่ายชำระเงินผ่านบัตรแทนการพกเงินสด วัตถุประสงค์เพื่อความสะดวกในการซื้อของกินของใช้ หรือใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนตามอัธยาศัย มากกว่า การเป็นเงินทุนสำรองจ่ายหนี้ก้อนอื่น อย่างที่ทราบว่า บัตรเครดิตมีอัตราดอกเบี้ยสูงมากและเป็น สาเหตุความจน ได้ด้วยเพราะ การหมุนเงินจากบัตรเครดิตไปโป๊ะหนี้ก้อนอื่นเป็นมหันตภัยทางการเงิน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นไม่คุ้มค่ากับเครดิตการเงินตนเองที่ถูกทำลายอย่างแน่นอน


3.ออมเงิน แต่ “อม” หนี้

ลองคิดเล่นๆว่า ถ้าคุณได้เงินมาก้อนหนึ่ง สิ่งที่หลายคนทำคือ การเที่ยวเล่นใช้จ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่าย บางคนที่คิดได้ ก็มีการแบ่งสัดส่วนเป็นเงินออม บ้างคนมองเห็นคุณค่าการเงินมากกว่านั้น จึงไม่ใช่แค่เก็บออม แต่นำเงินนั้นไปลงทุนหาผลตอบแทนเพิ่มเติ่ม ดูเหมือนจะดี แต่ถ้าขณะนั้นคุณกำลังมีภาระหนี้ อย่าลืมนึกถึงการจ่ายชำระหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเช่นกัน ลองเปรียบเทียบดอกเบี้ยรับจากการลงทุนและดอกเบี้ยจ่ายจากก้อนหนี้ เพื่อประเมินผลประโยชน์ที่จะคุณควรจะได้รับสูงสุด


4.หากคุณพึ่งจบปริญญา เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยของขวัญชิ้นแรกอย่างการซื้อรถยนต์แบบเงินผ่อน คุณควรคิดใหม่เดี๋ยวนี้ มูลค่ารถยนต์ นานวันไปก็มีแต่ “ลดลง” สมชื่อ และกลายเป็น สาเหตุความจน ได้เช่นกัน วัยทำงานช่วงเริ่มต้นเป็นวัยที่มีภาระการเงินไม่มากนัก หากล้มก็ยังลุกง่าย คุณควรนำเงินไปลงทุนในสิ่งที่มันงอกเงย เงินทุกเดือนของคุณไม่ควรจะลดลงเพราะถูกหักผ่อนจ่ายรถ มันไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่หลายคนก็เลือกความโก้หรูและความสะดวกสบาย จึงมองข้ามความสำคัญการเงินข้อนี้ไปอย่างง่ายดาย


5.มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า การซื้อบ้านสักหลัง เพียงเก็บออมแค่เงินวางดาวน์ก็พอ แล้วค่อยไปกู้สินเชื่อบ้าน ผ่อนจ่ายธนาคารไปเป็นงวดๆ ยิ่งไปกว่านั้น มีความคิดเสมือนว่าเงินก้อนโตนั้นเป็น “เงินฟรี” ไม่มีต้นทุน กลายเป็นการกู้เกินความจำเป็น เพื่อนำส่วนต่างไปหมุนเงินทำอย่างอื่น ร้ายกว่าคือการนำส่วนต่างนั้นไปใช้แบบไม่ก่อประโยชน์ ดังนั้น ลองตั้งหลักการเงินข้อนี้ไว้ว่า การขอสินเชื่อบ้าน ก็เพื่อซื้อบ้าน ไม่เช่นนั้น บ้านก็จะไม่เหลือ


- 1 - - 2 - - 3 - - 4 - - 5 - - 6 - - 7 - - 8 - - 9 - - 10 - - 11 - - 12 -