เคล็ดลับการเงิน

1462149489

การทำงานของ มนุษย์เงินเดือนยุคใหม่

คยสงสัยกันไหมว่า พอพูดถึงคำว่ามนุษย์เงินเดือนแล้ว มันมักมาแฝงกับความรู้สึกเศร้านิด ๆ เจืออยู่เสมอ ดูเหมือนว่าการรับรู้ของคนวัยทำงานโดยทั่ว ๆ ไปจะค่อนข้างมองคำนี้เป็นคำที่มีความหมายในแง่ลบ เพราะคำพูดคำแนะนำของเหล่าบรรดากูรูการเงิน (ผู้ร่ำรวย) ทั้งหลายมักใส่ความอัปยศให้กับคำว่ามนุษย์เงินเดือนเสียจนมันดูแย่ไปเสียทั้งหมด


ทุกอย่างมีความหมายในที่ของมัน การที่กูรูเหล่านั้นที่ออกมาพูด ก็พูดถูกในที่ของเขา ประเด็น คือ เราเป็นมนุษย์เงินเดือนในแบบที่เขาพูดกันหรือไม่ หมายความว่า การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลวร้ายไปเสียทั้งหมด หากเข้าใจวิถีของการเงิน รวมถึงวิถีของตัวเราเองด้วย การมองเพียงผิวเผินกับคำพูดที่คนอื่น ๆ พูดถึงในแง่ลบ อาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงที่คนเหล่านั้นพยายามพูดถึง อาจทำให้ตัวเรารู้สึกท้อถอย หมดกำลังใจ และสิ้นหวังได้ ถ้าคิดพิจารณาแล้วเราเป็นบุคคลประเภทที่ถูกกล่าวถึงจริง ๆ ก็ต้องถือคำเหล่านั้นเป็นคำสอนคำแนะนำ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องกังวล เพราะในหลาย ๆ Scenario แล้ว การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นปลอดภัยและดีกว่าการเป็น Self-Employ กว่าที่ไหน ๆ ด้วยซ้ำ


ไม่ว่าเราจะมีการทำงานแบบไหน เราต้องรู้จักประเมินตัวเอง และประเมินสิ่งที่ทำให้ชัดเจนก่อนว่างานที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีกว่าอย่างอื่นหรือไม่ มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่มากน้อยเพียงใด การทำงานนั้น ๆ สร้างความมั่นคงในชีวิตและครอบครัวของเราได้หรือไม่ ตอบโจทย์ตามแผนการเงินของเราได้หรือยัง รวมถึงไปได้ดีกับวิถีชีวิตคุณได้หรือไม่ หากการเป็นมนุษย์เงินเดือนของเรา ตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดแล้ว ก็ย่อมบอกได้ว่าเราอาจจะเหมาะกับจุดที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ที่เหลือก็แค่ดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อการเจริญเติบโตในสิ่งที่ทำ ก็อาจจะพอแล้ว


นอกเสียจากว่าเรามีความฝันบางอย่างที่อยากจะเป็น แล้วสิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ทำให้ความฝันใกล้เคียงความเป็นจริงได้ หลายคนที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงานและการเงินอยู่แล้ว อาจเลือกที่จะทิ้งความฝันส่วนตัว เพื่อสานฝันให้ครอบครัวและลูกน้อยมากกว่า แต่บางคนอาจเลือกที่จะล่าความฝัน หลายคนอยากลองที่จะพยายามสักครั้ง ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบว่าเราพร้อมแค่ไหนหากฝันนั้นทำเราเจ็บ เราจะทนเจ็บได้นานแค่ไหน ถ้าฝันสลายแล้วจะยังรอดอยู่อีกไหม เป็นต้น


การทำงานเป็น มนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ นั้น หากพื้นฐานของเราการจากการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบแล้ว เราย่อมมีสิทธ์ทำอย่างอื่นได้อีกตั้งมากมาย งานบางงานอาจไม่เอื้ออำนวยเวลาให้เราได้ทำสิ่งอื่น แต่งานหลายงาน เมื่อทำการจัดสรรเวลาดี ๆ แล้ว เราจะพบว่า เพียงเรามีวินัยในเรื่องการใช้เวลาเพิ่มขึ้นเพียง 20% เราก็สามารถสร้างงานให้กับตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว …แล้วถ้าเรามีวินัยเรื่องเวลาและตารางชีวิตเพิ่มขึ้นสัก 50% ล่ะ ถ้าทำได้ถูกทางเข้าที่ดีแล้วอาจสร้างรายได้ไม่เพียงแค่รายได้เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่อาจทำให้เราต้องลาออกจากงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือนเลยก็เป็นได้


กฏทองของการหารายได้เสริม คือ

1. เริ่มทำทันที อย่ารีรอ และอย่ากลัว

2. ต้องทำอย่างตั้งใจ ไม่ล้มเลิกกลางคัน


เมื่อมั่นใจว่าเราไม่ลืมกฏสองข้อนี้แน่ ๆ ก็เริ่มหาข้อมูลในสิ่งที่คิดจะทำ โดยกำหนดจุดประสงค์ไว้ในใจคร่าว ๆ แล้วก็เริ่มทำทันที อย่ากังวลกลัวปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ปัญหาจะเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้กังวล การคิดมองเห็นถึงปัญหาที่ยังไม่เกิดเป็นสิ่งที่ดี เพราะนั่นหมายความว่าเราจะเตรียมทางแก้ไว้แล้วในใจ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ทันที และนี่เป็นทัศนคติที่เราทุกคนควรจะมอง เมื่อมองเห็นปัญหานั่นเอง


ส่วนที่สอง คือ ความตั้งใจจริง ไม่เลิกง่าย ๆ ความตั้งใจที่จะเริ่มต้นอะไรสักอย่างให้กับชีวิตนั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานของเรามีการพัฒนาก้าวหน้าไปข้างหน้า เพราะความตั้งใจทำให้เรามีการปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการได้ดีขึ้น นั่นเพราะเกิดจากการสังเกต หากเคยไม่เที่ยวตลาดนัด ลองสังเกตแล้วเราก็จะรู้ว่าพ่อค้าแม่ค้าหลาย ๆ ราย ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพ เพราะนอกจากมีความไม่ “โปร” ในสีหน้าและแววตา รวมถึงการตอบคำถามที่ดูจะไม่ทันเหลี่ยมคูของลูกค้าสักเท่าไหร่ หลายคนไม่รู้จักผ่อนเชือกดึงเชือก การขายการคุยกับลูกค้าถือเป็นศิลปะที่ผู้ขายจะต้องเรียนรู้กันเลยทีเดียว การขายนั้นเปรียบเสมือนการเย่อกับปลา ต้องมีผ่อนหนักผ่อนเบา มีหยอดมีชง มีแกล้งโง่ และบางทีก็ต้องพูดจาให้ดูเป็นผู้รู้ เพื่อที่ลูกค้าจะได้มีความมั่นใจ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั่นเอง

1461976999

บริหารเงิน ง่ายๆ ตามสไตล์สาวนาโกย่า

ชาวเมืองนาโกย่า เป็นชาวเมืองที่ถูกคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มองว่า มีการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือยที่สุด เงินส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อีกทั้งงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นโดยคนภายในเมืองนาโกย่านั้น มักจะมีความอลังการ ยิ่งใหญ่เกินจริงอีกด้วย ซึ่งสาเหตุที่ชาวเมืองนาโกย่าได้มีเงินจำนวนมากมายมหาศาล เป็นเพราะเมืองนาโกย่าเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นและรอบนอกของเมืองนาโกย่าเองก็ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทขนาดใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทโตโยต้า บริษัท Denso ที่มีความสามารถในการทำเงินได้อย่างมหาศาล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวนาโกย่าจะมีเงินเหลือกินเหลือใช้ ซื้อสินค้าแบรนด์เนม จัดงานแต่งงานที่อลังการยิ่งใหญ่


แต่สิ่งที่แปลกที่เกิดขึ้นของชาวนาโกย่าคือ ชาวนาโกย่าสามารถเก็บเงินได้มากเป็นอันดับ 5 เมื่อเทียบกับคน 47 จังหวัดทั่วไปเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีอัตราหนี้ในครัวเรือนที่ต่ำมากอีกด้วย


เมื่อเรามองดูภายนอกแล้ว มันเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อว่าชาวนาโกย่ามีความสามารถในการเก็บเงินที่เก่งเพราะด้วยความสามารถในการใช้เงินที่มักจะใช้เงินไปกับสินค้าแบรนด์เนม จัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่และอื่นๆ ทำให้เราคิดว่าการเก็บเงินนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ชาวนาโกย่ามาคิดสักเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามบุคคลที่มีส่วนในเรื่องของการเก็บเงิน ออมเงินของชาวนาโกย่า กลับไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือสตรีของชาวเมืองนั่นเอง


มันไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ที่จะเก็บเงินได้ในปริมาณมหาศาลทั้งที่ใช้เงินมหาศาลในการซื้อของ แต่สตรีของชาวเมืองนาโกย่าสามารถทำได้ เพราะพวกเธอมีเทคนิคการออมเงิน การใช้จ่ายเงินต่างๆ บริหารเงิน ง่ายๆ ดังนี้


  1. เลือกซื้อสิ่งของที่คุณค่าไม่ใช่ราคา

ในการเลือกซื้อของสำหรับสาวนาโกย่า ถึงแม้ว่าพวกเธอจะมีเงินเยอะมากมายและเลือกซื้อแต่ของแบรนด์เนมที่มีราคาก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะใช้เงินที่มี เลือกซื้อสิ่งของทุกชิ้นมีแบรนด์เนม ซึ่งก่อนที่พวกเธอจะเลือกซื้อสิ่งของแต่ละชิ้น ก็จะทำการสำรวจตัวเองว่าอยากได้สิ่งนั้นหรือเปล่า สิ่งนั้นจะใช้ได้นานมากน้อยแค่ไหน สมมุติว่ากระเป๋าราคา 3 พันบาทแต่ใช้ได้ไม่ถึงหนึ่งปีก็พัง พวกเธอก็ตัดสินใจก็จะมองข้ามมันไป

ส่วนใหญ่แล้วกระเป๋าที่สาวนาโกย่านิยมก็คือ หลุยส์ วิตตอง ที่เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายๆคน นอกจากความสวยงามและดีไซน์แล้ว เหตุผลสำคัญที่ทำให้สาวนาโกย่าเลือกซื้อก็เพราะ กระเป๋าหลุยส์ วิตตอง มีความทนทาน ส่งซ่อมได้ และที่สำคัญคือยังสามารถขายต่อได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะใช้แต่สินค้ามีราคาแพง แต่หากรู้จักวางแผน ก็เท่ากับว่าได้ใช้สินค้าดีราคาถูกนะ

  1. ในแต่ละวันมีแต่ความประหยัด

การเลือกซื้อกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง ที่มีราคาแสนจะแพง ก็ไม่ได้หมายความว่าในแต่ละวันของพวกเธอนั้นจะต้องเลือกซื้อแต่อาหารที่มีราคาแพงหรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วพวกเธอค่อนข้างระวังในเรื่องของการใช้จ่ายเงินอย่างมากเลยล่ะ ก่อนที่จะซื้อของเข้าบ้านทุกครั้ง พวกเธอมักจะดูก่อนเสมอว่าของในตู้เย็นยังมีอะไรเหลืออยู่บ้างและมักนำสิ่งของในตู้เย็นออกมาทำอาหารก่อน ไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้เสีย นอกจากอาหาในตู้เย็นแล้ว ของใช้ส่วนตัวรวมไปถึงอุปกรณ์เสริมสวยบนโต๊ะเครื่องแป้งก็เช่นกัน พวกเธอจะไม่สนของใหม่จนกว่าของเก่าจะหมด

  1. เก็บเงินอย่างมีเป้าหมาย

การออมเงินถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของพวกเธอ แต่พวกเธอจะไม่ออมเงินโดยที่ไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไรอย่างแน่นอน การออมเงินแต่ละครั้งมักจะมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะออมเพื่ออะไร จะออมเงินซื้อบ้านหลังราคาเท่าไหร่และต้องออมให้สำเร็จภายในกี่ปี ออมเงินเพื่อค่าเทอมของลูก และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยเทคนิคการตั้งเป้าหมายของเธอ ทำให้พวกเธอไม่มีจิตใจที่หวั่นไหวอยากใช้เงินเมื่อเห็นป้ายลดราคา

  1. รู้จักการให้

บ่อยครั้งที่เรามักจะได้ยินเสมอๆว่า การให้หรือการรู้จักให้ จะช่วยทำให้ตัวเองไม่เป็นคนขี้เหนียว ไม่เป็นคนตระหนี่ ซึ่งแน่นอนว่าสาวชาวนาโกย่าเป็นคนที่รู้จักแบ่งปัน รู้จักให้เป็นอย่างดีเลยล่ะ พวกเธอมักจะมีของฝากเล็กๆน้อยๆทุกครั้งเวลาไปหาเพื่อน ไปเยี่ยมญาติเสมอ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่าตัวเองหลุดพ้นเรื่องเงินทองและยังได้รับความสุขอย่างอื่นตอบแทนกลับมาด้วย

การออมเงินอาจจะดูเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคน ยิ่งสำหรับใครที่มีรายรับที่มากแล้ว การห้ามใจตัวเองไม่ให้ใช้เงินฟุ่มเฟือยก็จะเป็นอะไรที่ยากขึ้นเช่นกัน เราจึงเห็นใครหลายๆคนที่มีรายได้จำนวนไม่น้อยแต่กลับไม่มีเงินเก็บเลยสักนิดเดียว แต่ในทางกลับกันหากเรามีวินัยในเรื่องของการใช้เงิน รู้จักการวางแผนในการซื้อของและวางแผนในเรื่องของการเก็บเงิน รับรองได้ว่าเราจะสามารถซื้อของที่มีราคาแพงเหมือนชาวนาโกย่าและก็ยังมีเงินเก็บเหมือนพวกเขาเหล่านั้นอีกด้วย ส่วนจะมีเงินเก็บมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวินัยการใช้เงินนะ


การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบันนั้น เอื้อโอกาสให้ได้มีอาชีพเสริมเพราะการซื้อขายออนไลน์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น การเริ่มต้นธุรกิจจึงมีกำแพงกั้นลดลง เราสามารถเริ่มได้เลย การเริ่มอย่างฉลาดเป็นสิ่งที่ควรทำ อย่าลืมว่ามีคนที่คิดแบบเราอีกมาก เราต้องคิดและเริ่มอย่างแตกต่าง จึงจะมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าผู้อื่น เมื่อเริ่มอย่างฉลาดแล้ว ก็ต้องทำอย่างฉลาดด้วย การสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงคำถามที่ถามบ่อย ๆ ก็สามารถนำมาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ดีขึ้นได้ การติดตามลูกค้าและจดบันทึกลูกค้าที่กลับมาซื้อใหม่ ถือเป็นความสำเร็จและเป็นสิ่งการันตีเบื้องต้นแล้วว่า โมเดลธุรกิจที่คุณเพิ่งทำมันนั้น สอบผ่านในระดับที่ใช้ได้เลยทีเดียว เมื่อเห็นแล้วว่ามันไม่ได้ยากอะไรนักหนา ก็จงเป็นมนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่ ที่มีแหล่งรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นคงและอาจสร้างความมั่งคั่งให้กับเราอีกช่องทางหนึ่งด้วยเลย…ย่อมจะดีไม่น้อย

1461631638

หลัก 4 ประการของการ บริหารเงิน

การ บริหารเงิน ที่ดี นับเป็นหัวใจสำคัญซึ่งจะช่วยให้เราทุกคนก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ เพราะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าชีวิตในปัจจุบันนั้นต้องอาศัยเงินเป็นปัจจัยหนึ่งในการนำมาซึ่งความสุข แต่การบริหารเงินที่ดีจะมีเคล็ดลับอย่างไร วันนี้ก็ได้มีสาระอันน่าสนใจมาแบ่งปันกัน ถ้าหากพร้อมแล้วก็ขอเชิญรับชมเคล็ดลับการบริหารเงินกันที่ละข้อเป็นลำดับไปพร้อมกันครับ

1.อย่าถามตนเองว่ามีรายได้เท่าไร จงถามว่าเหลือเก็บเท่าไร

เชื่อว่าทุกท่านคงเคยพบเจออยู่เสมอสำหรับผู้ที่มีรายได้สูงแต่กลับไม่มีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากความนิ่งนอนใจว่าเดือนถัดไปก็จะมีรายได้เข้ามาใหม่อย่างเพียงพออยู่เสมอ ซึ่งในสภาวะปกติก็เสมือนจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด หากแต่ในคราวที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอันเป็นเหตุซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทอง การใช้จ่ายโดยไม่เหลือเก็บนี้เองที่จะเป็นปัจจัยให้เริ่มเกิดหนี้สินขึ้น ทั้งยังคงต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยซึ่งสูญเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์ สำหรับกรณีเช่นนี้หากมองย้อนกลับไปในส่วนของรายได้ ที่ถึงแม้จะสูงแต่ก็จะพบว่ารายได้ที่สูงนั้นกลับไม่ได้มีความหมายเลย เพราะเมื่อได้มาก็ถูกใช้จ่ายไปจนหมด แต่กลับกัน ถึงแม้ผู้ใดจะมีรายได้น้อย แต่มีความรอบคอบในการบริหารเงินโดยหมั่นเก็บออมอยู่เสมอ เมื่อถึงคราวจำเป็นอันเป็นเหตุซึ่งต้องใช้เงินทอง ก็สามารถดึงเงินเก็บออกมาใช้จ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้หนี้ยืนสิน ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จึงเป็นที่มาของคำสอนแต่โบร่ำโบราณที่กล่าวว่า อย่าถามตนเองว่ามีรายได้เท่าไร จงถามว่าเหลือเก็บเท่าไร


2.อย่าสร้างหนี้อันไม่ก่อให้เกิดรายได้

คงทราบเป็นที่ทราบกันดีว่าหนี้สินนั้นเป็นสิ่งที่จะฉุดรั้งให้ชีวิตขาดอิสรภาพทางการเงิน คำสอนที่มักจะได้ยินอยู่เสมอจากผู้มีประสบการณ์จึงมักจะแนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงภาวะหนี้สิน อย่างไรก็ตาม การเป็นหนี้ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เนื่องจากหนี้บางอย่างเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้หรือประโยชน์ตอบแทนอันคุ้มค่า เช่น หนี้สินในการกู้เงินเพื่อนำมาสร้างกิจการเป็นของตนเอง ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า หนี้สินในการผ่อนชำระรถยนต์เพื่อประหยัดค่าเดินทางและแลกมาซึ่งความปลอดภัยที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือหนี้ในการผ่อนชำระค่าบ้าน คอนโด หรือที่พักอาศัยอื่นใดก็ตาม ซึ่งจะช่วยให้รายได้ในแต่ละเดือนไม่สูญไปกับการเช่าที่พักอาศัยอย่างเปล่าประโยชน์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าหนี้สินดังที่กล่าวมานี้เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ หรือสามารถลดรายจ่ายลงพร้อมกับแลกมาซึ่งประโยชน์อันคุ้มค่าทั้งสิ้น และนี่คงเป็นเหตุผลที่จะยืนยันได้ว่าหนี้สินไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไปหากเพียงพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความคุ้มได้คุ้มเสีย มองให้กระจ่างว่าหนี้สินใดเป็นหนี้สินอันไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือประโยชน์ที่คุ้มค่า แต่กลับเป็นไปเพื่อความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยก็พึงที่จะหลีกเลี่ยง ด้วยเคล็ดลับการบริหารเงินเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ทุกท่านเป็นผู้ที่ใช้จ่ายเงินทองอย่างมีเหตุผลและพร้อมจะร่ำรวยได้ในอนาคต


3.จงแสวงหารายได้จากหลายช่องทาง

การมีรายได้เพียงช่องทางเดียว แม้จะมากเท่าไรก็ตามแต่ก็ต้องนับว่ายังมีความเสี่ยง เพราะในแต่ละเดือนย่อมมีรายได้ที่ผ่านเข้ามา และรายจ่ายที่ผ่านออกไป ถ้าหากมีรายได้เพียงช่องเดียวแล้วเกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งทำให้รายได้นั้นขาดตกไปก็จะทำให้มีแต่รายจ่าย และประสบความล้มเหลวในการบริหารเงินได้ กลับกันถ้าหากเราไม่ตั้งตนอยู่บนความประมาท โดยพยายามหาโอกาสสร้างรายได้เสริมจากช่องทางที่หลากหลาย แม้แต่ละช่องทางจะเป็นรายได้เพียงน้อยนิด แต่เมื่อเกิดเหตุขัดข้องอันทำให้รายได้จากช่องทางใดขาดตกไปบ้างก็ยังมีรายได้จากช่องทางอื่นมาทดแทน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นหนี้สินได้


4.จงตระหนักว่าเราทั้งหลายต่างแก่ตัวลงไปทุกวัน

ในวัยหนุ่มสาว เราทุกคนต่างสมบูรณ์พร้อมด้วยแรงพลังทั้งกายใจ สามารถที่จะทำงานเพื่อสร้างรายได้และนำมาใช้จ่ายได้โดยอิสระ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรที่จะนิ่งนอนใจ เพราะไม่ว่าใครก็ตามต่างก็ล้วนแก่ตัวลงอยู่ทุกขณะ เคล็ดลับประการสุดท้ายในบริหารเงินจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสู่วัยชรา ซึ่งจะต้องคำนึงถึงเงินสำรองที่ควรจะต้องมีไว้ใช้ในยามจำเป็น หรือหากท่านใดที่มองกาลไกลก็อาจพยายามหาช่องทางหรืออาชีพที่สามารถทำได้แม้จะเข้าสู่วัยชราเป็นทางเลือกสำรองไว้ เช่น การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้น หรือริเริ่มกิจการเป็นของตนเอง ซึ่งอาจทำแต่เพียงในขั้นของการศึกษาก่อนก็ได้ ต่อไปในอนาคตเมื่อแก่ตัวลงก็จะมีอาชีพรองรับและมีรายได้อย่างมั่นคงอยู่เสมอ


หลังจากที่ได้รู้ 4 เคล็ดลับการบริหารเงินกันไปแล้ว ก็อาจจะช่วยเป็นแนวทางที่ดีสำหรับทุกท่าน อันจะสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติใช้อย่างเหมาะสมกับสภาวะทางการเงินของตนเองต่อไป และก่อนจะลาไปนี้ก็ต้องขอทิ้งท้ายด้วยการอวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการบริหารเงิน มั่งมีเงินทองกันถ้วนหน้า และก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงไปพร้อมกันครับ

1461369438

5  เทคนิคในการ ปลดหนี้บัตรกดเงินสด ได้อย่างรวดเร็ว

ในปัจจุบันนี้มนุษย์เรามักจะมีความต้องการในหลาย ๆ อย่าง เพราะส่วนมากในปัจจุบันนี้มักจะมีเทคโนโลยี และการพัฒนาสรรค์สร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาเสมอ โดยเฉพาะประเภทสื่ออุปกณ์อิเลคโทรนิค ที่มีไว้ในการสื่อสารนั้น ยิ่งมีการแข่งขันด้านตลาดอย่างมากมาย และ มีการพัฒนากันอย่างไม่หยุดยั้ง  มนุษย์เราจึงมักจะตอบสนองความต้องการนั้นแทบในจะทันทีแม้ไม่มีเงินก็กดเงินจากบัตรกดเงินสดเพื่อซื้อตอบสนองความต้องการของตนเอง

เมื่อตอบสนองความต้องการของตนเองด้วยการใช้บัตรกดเงินสด บ่อยครั้ง สิ่งที่ตามมาคือการก่อหนี้สินของบัตรหลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาคือภาระการ ปลดหนี้บัตรกดเงินสด ถ้ากำลังเป็นหนี้บัตรกดเงินสดอยู่ถ้ากำลังมีปัญหาในการปลดหนี้บัตรกดเงินสดอยู่ศึกษาวิธีการ ปลดหนี้บัตรกดเงินสด ให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ควรปฏิบัติดังนี้


1. มีวินัยและรับผิดชอบ

การมีสินัยและมีความรับผิดชอบนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่จะต้องถือปฏิบัติให้เคร่งครัด  เพราะการมีวินัยในการชำระเงินนั้นจะช่วยให้ปลดหนี้บัตรกดเงินสดได้อย่างมีระเบียบแบบแผนและเป็นไปตามลำดับขั้นนั่นเอง อีกทั้งการชำระเงินตรงเวลายังทำให้ดอกเบี้ยคงที่อีกด้วย แน่นอนว่าหลายคนก็คงไม่อยากให้ดอกเบี้ยเพิ่มพูนขึ้นมาจนมากเกินไปเป็นดินพอกหางหมูดังนั้นเลือกจ่ายให้ตรงเวลาดีจะกว่า


2. ใช้จ่ายให้น้อยลงกว่าเดิมและเพิ่มช่องทางรายได้ให้เพิ่มขึ้น

หากได้มีการประเมินตนเองและรู้ตัวว่าถึงคราวจะต้อง ปลดหนี้บัตรกดเงินสดแล้ว  แน่นอนว่าสิ่งสำคัญก็คือ จะต้องมีเงินในส่วนนี้ไว้จ่าย ถ้าหากทำตามแนวทางนี้ ก็จะสามารถทำให้การปลดหนี้บัตรกดเงินสด ให้เป็นไปได้อย่างไร้ปัญหาตามมา หากคิดว่าเงินเดือนที่มีอยู่ไม่พอจะใช้แล้วละก็ ควรหารายได้พิเศษเสริมขึ้นมาอีกเพื่อให้มีเงินเข้ามาในอีกหนึ่งช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานล่วงเวลา หรือรับงานพิเศษนอกเพิ่มเติม


3. ไม่เพิ่มภาระหนี้กับการกู้นอกระบบ

หากอยากปลดหนี้บัตรกดเงินสดนั้น ควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มหนี้ด้วยการกู้นอกระบบเป็นอย่างยิ่ง อย่าคิดว่าการไปกู้หนี้นอกระบบจะเป็นทางออกที่ดี เพราะการกู้เงินนอกระบบเพื่อมาโปะหนี้นั้นจะทำให้หนี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นสำหรับบางคนเป็นหนี้บัตรหลาย ๆ ใบอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ช่องทางการหาเงินรูปแบบไหนมาปลดหนี้บัตรกดเงินสด จึงเลือกที่จะพึ่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังคิดดอกเบี้ยสูงอีกด้วย


4. ติดต่อเพื่อเข้าเจรจาขอผ่อนผันการชำระหนี้

ขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเลื่อนกำหนดการใช้จ่ายหรือชำระหนี้สิน หาทางอออกร่วมกันกับเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม แจ้งกับธนาคารว่าสะดวกใช้หนี้คืนในวงเงินเท่าไหร่   อย่างไร อย่าเงียบหายไปเฉย ๆ เพราะจะทำให้ติดเครดิตติด Black List ได้  การปลดหนี้บัตรกดเงินสด อาจจะช้าไปสักหน่อยแต่เลือกชำระตามกำลังที่สามารถชำระได้จะดีกว่าและหากไม่พร้อมจริง ๆ ก็ควรพูดคุยขอคำปรึกษากับธนาคาร  หรือสถาบันที่การเงินที่ได้มีการทำบัตรกดเงินสดไว้เพื่อทางออกที่ดี


5. การรีไฟแน๊นซ์ช่วยได้

ถ้าหากหมดหนทางหรือไม่รู้จะนำเงินจากที่ไหนปลดหนี้บัตรกดเงินสด แล้วละก็ ลองนำรถไปรีไฟแน็นซ์ดีกว่า ถ้าเทียบกับต้องไปเสี่ยงกู้เงินนอกระบบ  ถึงแม้ว่าอาจจะต้องจ่ายรีไฟแนนซ์แต่ก็ปลอดภัยและจ่ายง่ายกว่าการกู้เงินนอกระบบอีกด้วย


5  เทคนิค  ในการปลดหนี้บัตรกดเงินสดนี้เป็นทางออกที่ดีให้กับผู้ที่กำลังต้องการปลดหนี้บัตรกดเงินสดส่วนใครที่กำลังเตรียมตัวจะกู้เงินนอกระบบเพื่อปิดหนี้นั้นขอจงทบทวนให้ดี ๆ ก่อน เพราะผลเสียที่ตามมาไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย
1461112361

โอนเงินผิดบัญชี ทำไงดี ?

หลายคนๆ น่าจะใช้บริการโอนเงินต่างๆ กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ผ่าน Internet Banking หรือจะผ่านทาง Mobile Banking และก็คงจะมีบ้างแต่อาจจะไม่มากสักเท่าไรที่ โอนเงินผิดบัญชี ไม่ว่าจะเป็นเราที่ทำรายการผิดไปให้คนอื่น หรือจะเป็นคนอื่นที่โอนเงินมาให้เราแต่ผิดบัญชี แล้วแบบนี้จะทำยังไงกันดี เรามาดูกัน

เรามาเริ่มกันที่ความผิดที่เกิดจากตัวเราเองก่อนดีกว่า นั่นก็คือ เราได้ทำการโอนเงินไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของคนที่จะรับเงินจากเราจริงๆ

ซึ่งเกิดจากการคีย์ตัวเลขบัญชีสลับกันบ้าง กดผิดบ้าง ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องตกใจ   สิ่งที่ต้องทำ คือ เก็บหลักฐานการโอนเงินต่างๆ ไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอนเงินที่ออกมาจากตู้เอทีเอ็ม หรือจะเป็นหน้าจอการโอนเงินทาง Internet Banking และ Mobile Banking ต่อจากนั้นก็ต้องติดต่อไปที่ธนาคารของเราที่โอนเงินไปผิด เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงิน ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งก็จะมีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากที่จะแนะนำก็คือ ให้เรานำเอกสารการโอนเงินรายการที่ผิดบัญชีและสำเนาบัตรประชาชนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้ก่อน ต่อจากนั้นก็ให้นำหลักฐานการแจ้งความทั้งหมดไปติดต่อกับธนาคารอีกครั้ง


แต่สิ่งที่ธนาคารต่างๆ จะช่วยเราได้ก็คือ จะช่วยประสานงานไปยังเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งที่เราโอนเงินของเราไปให้แต่ผิดบัญชีเพื่อติดต่อขอเงินคืนให้ แต่เราต้องเข้าใจธนาคารอย่างหนึ่งว่า ธนาคารไม่มีสิทธิที่จะไปตัดเงินจากบัญชีของลูกค้าโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเมื่อธนาคารช่วยติดต่อประสานงานให้กับเราไปยังเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเจ้าของบัญชีรายนั้นไม่ยินยอมที่จะโอนเงินคืนกลับให้เรา ก็ถือได้ว่าหมดขอบเขตหน้าที่ของธนาคารแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไป คือ เราจะต้องไปฟ้องร้องเพื่อขอเงินคืนด้วยตัวเองจากเจ้าของบัญชีอีกฝั่งหนึ่งเอง เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะกดโอนเงินไปให้ใครเราจะต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนกดทำรายการ เพราะธนาคารจะถือว่ารายการโอนเงินที่เกิดขึ้นนั้นเราเป็นคนทำรายการด้วยตัวเอง ธนาคารก็เลยไม่มีหน้าที่ที่จะต้องมาจ่ายชดเชยเงินคืนให้เราแต่อย่างใด


ทีนี้มาดูกันอีกกรณีหนึ่งกันดีกว่า นั่นก็คือ ถ้ามีคนอื่นโอนเงินมาให้เราผิดบัญชีบ้างล่ะ

ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องรีบร้อนเป็นคนดีโอนเงินคืนให้เขาทันที อย่างน้อยเราต้องสอบถามคนที่โทรมาก่อนว่า โทรมาจากธนาคารอะไร มีรายการผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แล้วก็บอกปลายสายไปว่าขอตรวจสอบรายการกับธนาคารก่อนที่จะทำการโอนเงินกลับไปให้คนที่โทรมาหา และที่สำคัญที่เราจะต้องสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือ คนที่โทรมาจะต้องแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการโอนเงิน มากกว่าการสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเรา และแจ้งให้เราตรวจสอบรายการบัญชีของตัวเราก่อน ไม่ใช่มาบอกให้เราทำรายการโอนเงินคืนให้เพียงอย่างเดียว แล้วอย่าลืมถามชื่อและเบอร์โทรติดต่อกลับ ที่จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น


หลังจากที่เราได้รับโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีคนโอนเงินมาให้เราผิดบัญชีไปแล้วนั้น เราก็ต้องตรวจสอบบัญชีของเราก่อนว่ามีเงินโอนเข้ามาตามที่มีคนโทรมาแจ้งหรือเปล่า ซึ่งถ้าเรามี Internet Banking หรือ Mobile Banking เราก็สามารถเข้าไปตรวจสอบรายการได้เลยทันที แต่ถ้าบัญชีของเราไม่มี Internet Banking หรือ Mobile Banking เราก็สามารถตรวจสอบการโอนเงินเข้ามาได้โดยโทรกลับไปที่ Call Center หรือจะไปติดต่อที่สาขาของธนาคาร เพื่อดูรายการโอนเงินที่เข้ามาได้ ซึ่งถ้าหากเราตรวจสอบแล้วเป็นการโอนเงินผิดบัญชีจริงๆ และไม่ใช่เงินของเราจริงๆ เราก็ค่อยโอนเงินกลับไปให้เจ้าของบัญชี


ดังนั้นก่อนทำรายการโอนเงินต่างๆ จะต้องตรวจสอบความถูกต้องทั้งเลขที่บัญชี ชื่อบัญชี และจำนวนเงินให้ดีก่อนกดทำรายการ และถ้าหากมีการโอนเงินมาให้เราผิดก็ต้องกลับไปตรวจสอบก่อนว่ามีการโอนเงินมาผิดจริงๆ แล้วค่อยโอนเงินกลับคืนให้เจ้าของ
1460338267

เศรษฐกิจเอเชีย จะไปได้ไกลถึงไหน

ในทวีปเอเชียมีประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอดีตนั้นคือประเทศญี่ปุ่น  ที่ส่งออกสินค้าไปขายทั่วโลกจนทำให้มีเศรษฐกิจที่ก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นในโลก  แต่ในช่วงหลังมานี่ญี่ปุ่นก็มีเศรษฐกิจชะลอตัวเหมือนอย่างเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา  แต่ในเอเชียก็ยังมีประเทศอีกหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจเจริญเติบโตก้าวหน้าในช่วงหลังมานี้อย่างประเทศจีน  สิงคโปร์  เกาหลีใต้  มาเลเซีย  และไทย  ทำให้อาเซียของเราเป็นที่ถูกจับตามอง  และอยากจะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในประเทศจีน  ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงงานโลก คือมีผู้เข้ามาลงทุนโดยตั้งโรงงานไว้ในประเทศจีน  ที่มีแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้ามีราคาลดลง  สามารถขายสินค้าทำกำไรได้มาก  และประเทศจีนก็เปลี่ยนนโยบายมาเป็นการเปิดประเทศมากขึ้นในระยะหลังมานี้  

สองทศวรรษที่ผ่านมา  ทำให้จีนมีรายได้เข้าประเทศจากการเปิดการค้ากับต่างประเทศ เพราะมีต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เข้าไปลงทุนในจีนทำให้จีนมีเงินสำรองมหาศาล และมีเงินสกุลหยวนใช้เป็นสากลได้  ประเทศจีนจึงกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตที่มหาศาลในขณะนี้ของโลก  และจีนก็ยังเป็นคู่แข่งขันทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา   อีกไม่กี่ปีถ้าเศรษฐกิจของจีนยังเจริญเติบโตอยู่อย่างนี้  ไม่นานก็อาจจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาก็เป็นได้   ในเอเชียก็ยังมีประเทศอินเดียอีกประเทศหนึ่ง  ที่กำลังเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจตามประเทศจีนติดๆ  เป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์สินค้าด้านเทคโนโลยี่ที่กำลังมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก  ด้วยการมีประชากรที่มากและใกล้เคียงกันกับจีน  อินเดียมีความเจริญก้าวหน้าจนจะแซงอีกหลายประเทศแล้ว  อาจจะเป็นด้วยเทคโนโลยี่ด้าน IT ของอินเดียที่สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และในเอเชียก็ประกอบไปด้วยชนชั้นกลางที่มีมากขึ้นตามจำนวนประชากรของจีน อินเดีย และอีกหลายประเทศประกอบกันซึ่งเป็นพลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ  เพราะเป็นประชากรในวัยทำงาน

ความหลากหลายของเอเชียที่มีอย่างเรื่องค่านิยม วัฒนธรรม  ความเป็นอยู่ ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของเอเชีย  ยังทำให้เอเซียมีความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในเรื่องการค้าขายต่างศาสนากันแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกัน  ไม่ว่าจะเป็นทางด้านจีน  และอินเดียก็มีการค้าขายกันมากขึ้น  เพราะพลเมืองของทั้งสองประเทศรวมกันมีมาก  ที่ทำให้การบริโภคของทั้งสองประมาณมีมากมหาศาล  ประเทศในแถบเอเชียด้วยกันก็ทางการค้าระหว่างประเทศกันหลายต่อหลายประเทศ เพราะถ้าประเทศใดทำการค้ากันจีนและอินเดียก็จะมีรายได้จากการส่งออกได้มากทีเดียวเลย   และในเอเซียก็ยังมีประเทศเกาหลีให้  และสิงคโปร์ที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง


การมองของสหรัฐอเมริกา  ที่เริ่มจะเข้ามาในทวีปเอเชียมากยิ่งขึ้น  เพราะเหตุที่จีนได้ขยายอิทธิพลไปในทวีปเอเซียอย่างมากแล้ว  เพราะทั้งสองประเทศจะมีการแข่งขัน  และต้องการวางยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและทางด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วยเพราะทั้งสองอย่างจะเกื้อกูลกัน  อย่างในเอเชีย  สหรัฐอเมริกาก็มีฐานทัพอยู่หลายแห่ง  เป็นฐานทัพเรือที่ใหญ่เพื่อควบคุมเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญในการขนส่งสินค้าต่างๆ ที่สำคัญมาที่ทวีปเอเชีย  เราจะเห็นว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนมีการแข่งขันทั้งในเรื่องการค้าและด้านความมั่นคง ด้วยการถ่วงดุลอำนาจกัน  แม้กระทั่งในอาเซียนของเราเองก็ตาม  ดั่งจะเห็นว่าตั้งแต่จีนได้เข้ามาลงทุนที่เมียนม่า  ในเรื่องของเส้นทางขนส่งเพื่อจะไปต่อที่อินเดีย  และที่ประเทศไทยก็กำลังจะมีรถไฟของจีนที่จะเข้ามาสร้างทางรถไฟ   เมื่อเป็นอย่างนี้ ทางสหรัฐอเมริกาก็เริ่มที่จะเข้ามาในอาเซียน   ประเทศเมียนม่า  และไทยมากขึ้น   แต่ด้วยเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาขณะนี้ยังไม่ดีขึ้นมา  ด้วยในอดีตทุ่มงบประมาณทางด้านการทหารอย่างมากในการควบคุมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำให้อำนาจทางการทหารมีความเข้มแข็ง จึงทำให้สหรัฐอเมริกายัง เดินหน้าไม่เต็มที่นัก  

   โลกของเราทุกวันนี้มีแต่การแข่งขันทางการค้า เพื่อให้ประเทศมีความอยู่ดีกินดี  มีเศรษฐกิจที่เติบโตเจริญก้าวหน้า  ตั้งแต่ในยุดทุนนิยมแรกๆ ที่มียุโรปเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ จนสามารถเป็นประเทศที่ร่ำรวยกับอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีทั้งรถยนต์  เครื่องที่เป็นสินค้าหลักที่ประเทศอื่นๆ ไม่สามารถผลิตได้  จึงได้เปรียบประเทศในแถบอื่นที่ไม่สามารถผลิตได้  ต้องสั่งซื้อสินค้าจำพวกนี้มาใช้  แต่ปัจจุบันในยุโรป  และอเมริกาเริ่มจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจกันแล้ว  และมีปัญหามาหลายปียังไม่มีที่ท่าว่าจะดีขึ้นมา โดยเศรษฐกิจได้เปลี่ยนมาที่ทวีปเอเชีย  ที่มีประชากรชนชั้นกลางมาก  และมีพลังขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ  อย่างในจีน อินเดีย  และอีกหลายประเทศในเอเชียก็กำลังจะมีการเติบโตของเศรษฐกิจ  ในอนาคตเอเชียก็จะเป็นหนึ่งในทวีปของโลกที่มีความเจริญเทียบเท่าประเทศทีพัฒนาและอย่างในทวีปอเมริกา และยุโรป

เศรษฐกิจของเอเชีย กำลังอยู่ในช่วงของการแข่งขัน ด้วยหลายประเทศที่มีความมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจของเอเชียในอนาคตนั้นจะไปได้สวย และมีแนวโน้มที่ดีต่อเศรษฐกิจของโลกและไทยเราไม่น้อยเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องคอยติดตามเศรษฐกิจต่อไป เพื่อคอยเฝ้าระวังเศรษฐกิจในช่วงหดตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจเอเชียในอนาคตได้นั่นเอง
1460162057

สินเชื่อธุรกิจ ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ

การทำธุรกิจสมัยนี้ ต้องยอมรับการเริ่มต้นอาจจะไม่ยากเท่ากับการประคับประคองให้ตลอดรอดฝั่ง ยิ่งภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนได้ตลอดเวลาอย่างนี้ ทำให้เราอาจเจอภาวะสะดุดได้ตลอด การขอ สินเชื่อธุรกิจถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อหาเงินมาหมุนธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ แต่การขอสินเชื่อจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์
  • อย่าลืมวางแผนทางการเงิน

อย่างแรกที่เราขอแนะนำก่อนจะไปขอสินเชื่อธุรกิจ เลยก็คือ เจ้าของธุรกิจควรจะหันมาวางแผนทางการเงินก่อนจะเข้าไปขอกู้ เนื่องจากการที่เราต้องไปขอกู้นั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินหรือหมุนเงินไม่ทันนั่นเอง แล้วหากไปขอกู้เพิ่มจะทำให้ต้องมีภาระเพิ่ม จึงต้องวางแผนให้ดี

  • หาทางลดค่าใช้จ่าย

ต่อจากข้อแรก การขอสินเชื่อธุรกิจนั้น ถึงแม้ว่าจะนำเงินมาหมุนธุรกิจได้ แต่ก็ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว ก่อนจะไปขอสินเชื่อ เจ้าของธุรกิจควรจะหาทางลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือน หรืออื่นๆ จะได้มีเงินเหลือจ่ายค่างวด

  • อย่าลืมวางแผนธุรกิจ

เรื่องต่อไปถือว่าสำคัญมาก สำหรับการขอสินเชื่อธุรกิจ นั่นก็คือเจ้าของธุรกิจจะต้องมีการวางแผนธุรกิจไว้รองรับด้วยว่าจะเอาเงินที่ขอกู้ไปทำอะไร ไม่ใช่ขอสินเชื่อแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร อย่าลืมว่าทางธนาคารจะขอดูแผนธุรกิจของเราด้วย หากเราไม่มีแผนที่น่าสนใจหรือเป็นไปได้ รับรองเลยว่าธนาคารไม่ปล่อยแน่

  • อย่าลืมหาช่องทางเพิ่มรายได้

ในแผนธุรกิจที่เรายื่นเพื่อขอสินเชื่อธุรกิจ นี่ อย่างหนึ่งที่เราต้องอธิบายให้กับทางธนาคารเข้าใจ และทำให้ได้ก็คือ เราจะสามารถเพิ่มช่องทางรายได้ หรือเพิ่มผลประกอบการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น สั่งซื้อสินค้าใหม่ สั่งซื้อเครื่องมือใหม่ หรือจะเอาไปขายช่องทางไหนบ้าง หากยังคิดไม่ออกอย่าเพิ่งไปกู้เลยดีกว่า

  • ใช้เงินอย่างระมัดระวัง

เมื่อเราได้เงินจากการขอสินเชื่อธุรกิจ มาแล้วสิ่งหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังเลยก็คือ เรื่องของการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนะนำว่าควรจะใช้อย่างมีสติ คิดให้รอบคอบให้ดีก่อนจะซื้ออะไร ไม่งั้นเงินที่กู้มาจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แนะนำว่าควรจะใช้เงินตามแผนธุรกิจที่วางเอาไว้ ไม่ฟุ่มเฟือยเป็นดีที่สุด

  • เลือกธนาคารที่เราไว้ใจ

การขอสินเชื่อธุรกิจ เป็นอีกสินเชื่อหนึ่งที่ธนาคารและสถาบันการเงินต้องการจะปล่อยให้กับบรรดาธุรกิจมาก เนื่องจากเป็นวงเงินที่สูง และมีผลผูกพันกันนาน แนะนำว่าควรเลือกธนาคารที่เราใช้บริการเค้าเป็นประจำ หรือบัญชีเงินฝากด้วย(ออมทรัพย์หรือกระแสรายวันก็ได้) เพราะมีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ

  • ต้องศึกษาเรื่อง บสย.

เรื่องสุดท้ายที่เจ้าของธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมที่เราเรียกว่า SMEs ต้องรู้และศึกษาเลยก็คือ เรื่องของ บสย.(บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) ซึ่งองค์กรนี้จะมีหน้าที่ช่วยค้ำประกันวงเงินกู้ของเราให้มีความน่าเชื่อถือจากธนาคารและปล่อยสินเชื่อธุรกิจได้ง่าย อยากรู้ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม

การขอสินเชื่อธุรกิจ นั้นจะว่าง่าย และเป็นทางออกที่ดีนั้นก็ถือว่าใช่ แต่การขอสินเชื่อนั้นเจ้าของธุรกิจควรจะต้องมีการวางแผนการใช้เงิน วางแผนธุรกิจอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การนำสินเชื่อตัวนี้ออกมาใช้นั้นเป็นไปเพื่อการต่อยอดทางธุรกิจให้ก้าวหน้า หรือหมุนไปได้มากขึ้น กลับกันหากขอสินเชื่อมาแบบไม่มีการวางแผนอะไรไว้เลย ก็ไม่ต่างกับการถอยหลังลงคลอง รอวันที่ธุรกิจจะเจ๊งหรือล้มละลาย ดังนั้นก่อนกู้วางแผนให้ดีก่อนนะ

1460072322

เทคนิค พัฒนาตัวเอง สำหรับมนุษย์เงินเดือน

ในเรื่องราวของหน้าที่การทำงาน มั่นใจได้เลยว่าไม่ว่าใครก็ตามล้วนที่ต้องการ พัฒนาตัวเอง ให้อยู่ในจุดที่สูงๆ อยู่ในตำแหน่งงานที่สำคัญๆ อยู่ในตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนเยอะๆเพื่อที่จะได้นำเงินเหล่านั้นมาใช้สร้างชีวิต มาใช้สร้างอนาคตของตัวเอง แน่นอนว่าการที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการนั้น ก็ล้วนต้องมีการพัฒนาตัวเอง มีการปรุงปรับรวมไปถึงหาช่องทางและเส้นทางใหม่ๆในการพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จ และทุกอย่างนั้นจะเป็นได้สวยอย่างมากถ้าไม่ติดตรงที่ว่าตัวเราเองกำลังทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ที่บริษัทใดสักบริษัทหนึ่ง

การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้น มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากในการที่จะเติบโตในสายงาน ให้อยู่ในตำแหน่งสูงๆ อีกทั้งการที่จะอยู่ในตำแหน่งสูงๆนั้น ยังต้องต่อสู้กับสิ่งต่างๆรอบตัวเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งตำแหน่งนั้นและบางครั้งเราก็รู้สึกท้อที่เห็นเด็กจบใหม่ที่มีอายุน้อยกว่าเรา แต่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็มีเทคนิคในการ พัฒนาตัวเอง สำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่ยังต้องการมีอนาคตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ ดังนี้

เลิกคิดแบบลูกจ้างแล้วเปลี่ยนไปคิดแบบเจ้าของกิจการ

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยระหว่างลูกจ้างกับเจ้าของกิจการก็คือ “ความคิด” โดยลูกจ้างส่วนใหญ่นั้นมักจะคิดเสมอว่าทำอย่างไรถึงจะได้เงินเยอะๆ ต้องทำงานแบบไหนถึงจะมีเงินมากๆและก็ชอบนำเอาแรงกายที่มีอยู่ทั้งหมด เข้าทำงานเพื่อแลกกับเงินแต่ในทางกลับกัน เจ้าของกิจการมักชอบที่จะคิดว่าทำแบบไหนที่ให้เหนื่อยน้อยที่สุดแต่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ต้องทำอย่างไรต้องทำแบบไหนถึงจะให้บริษัทก้าวหน้าไปมากที่สุด ต้องทำแบบไหนถึงจะให้บริษัทหรือกิจการที่ตัวเองเป็นเจ้าของอยู่ มีการเติบโตไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการมากที่สุด ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าลูกจ้างส่วนใหญ่จะคิดถึงปริมาณเงินแต่ในขณะที่เจ้าของกิจการกลับคิดถึงอนาคตนะ


ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกจ้างเลิกคิดที่จะทำงานเพื่อเงิน แต่ทำงานเพื่ออนาคตของตัวเอง คิดถึงเส้นทางที่ตัวเองต้องการจะเติบโต แน่นอนว่าลูกจ้างคนนั้นจะมีการพัฒนาขีดความสามารถและพัฒนาเทคนิควิธีการทำงานของตัวเองอย่างน่าประหลาดใจอย่างแน่นอนจนสุดท้ายก็ได้มีโอกาสก้าวหน้าในเส้นสายของตัวเอง

เลิกความคิดเดิมๆที่ฉุดรั้งตัวเองไว้ไม่ให้เติบโต

หากเรามองย้อนตัวเองไปในวันที่เราได้เริ่มต้นทำงานวันแรกในที่ทำงานที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ทำงานในปัจจุบันก็ได้ เราจะพบว่าในวันนั้นเราได้มีความคิดต่างๆมากมายที่อยากจะเติบโตให้มากกว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และเราก็มักจะทำตามสิ่งที่เราได้วางแผนไว้เพื่ออยู่ในจุดที่ตัวเองต้องการ อยู่ในตำแหน่งที่ตัวเองต้องการอยู่ เพื่อหน้าที่การงานหรือเงินเดือนสูงๆ ซึ่งเมื่อเราถึงจุดๆนั้นแล้ว มั่นใจเลยว่าคนส่วนใหญ่ก็มีความคิดเปลี่ยนไปทันที


เมื่อเราอยู่ในจุดที่ตัวเองต้องการ แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นก็เลิกคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองทันทีเพราะว่าในตอนนี้ ตัวเองก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วพร้อมกับใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับตำแหน่งนั้น แน่นอนว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เพราะว่าในไม่ช้าเด็กรุ่นใหม่ก็มีโอกาสที่จะแซงหน้าเราไปแล้วนะ ทางที่ดีเราควรที่จะตั้งเป้าหมายไว้เรื่อยๆเพื่อที่จะให้ชีวิตของตัวเองได้เติบโตไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ

ชีวิตนี้มีมากกว่างานที่ทำอยู่

งานคือเงินและเงินก็คืองาน มั่นใจได้เลยว่าคนจำนวนไม่น้อยก็มักจะได้ยินประโยคนี้อยู่บ่อยๆและก็เลือกที่จะทำงานหนักๆเพื่อที่หวังว่าจะได้เงินเยอะๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชีวิตนี้มีอะไรมากกว่าแค่เงินหรือการทำงานเยอะๆเพื่อที่จะให้ได้เงินมากๆมาสร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง ทางที่ดีก็คือ เราควรที่จะศึกษาสิ่งต่างๆรอบตัวที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเรา เรียนรู้เทคนิคสร้างรายได้ให้กับตัวเองโดยที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องเหนื่อย รู้จักวางแผนบริหารเงินในเรื่องของการลงทุนสิ่งต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย

บ่อยครั้งที่เรามักจะโฟกัสชีวิตของตัวเราเองไปอยู่กับเงินที่เราต้องการ โดยลืมคำนึงถึงสิ่งต่างๆรอบตัวว่ายังมีสิ่งต่างๆอีกมากมายที่สามารถสร้างเงินให้กับตัวเองได้นอกจากการทำงานหนักๆ และถ้าหากว่าเราเจอโอกาสที่เหมาะสมสำหรับเราแล้ว รับรองว่าเราจะลืมเรื่องการทำงานเยอะๆเพื่อเงินมากๆไปเลย

รู้จักใช้เทคโนโลยีสักหน่อย

ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงทำให้เทคโนโลยีต่างๆได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลายๆคนเลยทีเดียวล่ะ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีและความเข้าถึงได้ง่าย จึงทำให้มีการดึงเอาเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของตัวเองในยุคปัจจุบัน บางคนก็เลือกที่จะใช้ขายสินค้าผ่านโลกออนไลน์ บางคนก็เลือกที่จะเอาไว้ใช้ศึกษาหาข้อมูล และอื่นๆอีกมากมายโดยมักจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้


ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อเทคโนโลยีคือสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสามารถนำมาใช้ให้ตรงตามจุดประสงค์ที่ตัวเองต้องการ เราก็ควรที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาตัวเองอย่างเช่นในเรื่องของภาษาหรือใช้หางานที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง รับรองได้ว่าในเวลาเพียงไม่นาน ความสำเร็จก็จะอยู่แค่เอื้อมแน่นอน


เพียงเท่านี้ การเติบโตในสายงานของเหล่ามนุษย์เงินเดือน ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะ เพื่ออนาคตที่ดีของตัวเอง การพัฒนาตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด

- 1 - - 2 - - 3 - - 4 - - 5 - - 6 - - 7 - - 8 - - 9 - - 10 - - 11 - - 12 -