เคล็ดลับการเงิน

1489532304

การปรับโครงสร้างหนี้ ดีหรือไม่แล้วต้องทำอย่างไร

สำหรับลูกหนี้ทั้งหลายฟังทางนี้ ใครที่มีภาระหนี้สินมากเกินตัวจนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทางเลือกหนึ่งที่เห็นว่ากำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ “การปรับโครงสร้างหนี้” คุณรู้หรือไม่ว่า การปรับโครงสร้างหนี้นั้นดีอย่างไร และต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุด วันนี้เราหาคำตอบมาฝากค่ะ มาดูกันว่าการปรับโครงสร้างนี้เขาทำกันอย่างไร

การปรับโครงสร้างหนี้คืออะไร

การปรับโครงสร้างหนี้ คือ การขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าหนี้รายใหม่ หรือเจ้าหนี้เดิมก็ได้ แต่หนี้ของคุณไม่หมดไป เพียงแต่ยืดระยะเวลาในการผ่อนให้นานขึ้นเท่านั้น สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้สามารถทำได้ 2 แบบ ดังนี้

  • เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หมายถึง หนี้เดิมจะถูกระงับ และคู่สัญญาผูกพันกันตามหนี้ใหม่ ซึ่งรูปแบบนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหนี้ เป็นการเพิ่มจำนวนหนี้ที่ต้องรับผิดชอบและเปลี่ยนประเภทหนี้
  • ไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หมายถึง หนี้เดิมไม่ระงับ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงการชำระหนี้ เปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เปลี่ยนสาระสำคัญเกี่ยวกับหนี้

หลักเกณฑ์ในการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

  • คุณต้องพิจารณาก่อนว่าเป็นเจ้าหนี้มีหลักประกัน หรือเจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน
  • จำนวนหนี้ของแต่ละเจ้าหนี้ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับจำนวนหนี้ ได้รับชำระหนี้มากกว่าการบังคับคดีกับทรัพย์สิน
  • ลูกหนี้ร่วม หรือผู้ค้ำประกันนำมาหักจากจำนวนหนี้

ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับโครงสร้างหนี้ จะทำให้หนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ยังไม่เป็นหนี้เสีย และสามารถรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ไว้ได้ ถือเป็นการให้โอกาสลูกหนี้ ในการแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทนายความ และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องคดีทางแพ่ง ทำให้การปรับโครงสร้างหนี้ เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ คุณต้องรู้ว่าหนี้อะไรบ้างทีไม่ควรนำมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เพราะอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้

หนี้ที่ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

หนี้ที่คุณไม่ควรนำมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ นั่นก็คือ หนี้ที่เกิดจากการทุจริจ คดโกง ลูกหนี้หมดความสามารถในการชำระหนี้ หรือในกรณีที่ลูกหนี้เสียชีวิต ทายาทไม่มีความประสงค์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ หนี้ที่เล็งให้เห็นอยู่แล้วว่า ลูกหนี้ไม่มีความสามารถชำระหนี้ หรือกิจการไม่มีโอกาสฟื้นฟูได้

คุณจะเห็นว่าหนี้ที่เราได้กล่าวมากข้างต้นนั้น ก็ไม่ทำให้หนี้ที่เป็นอยู่หายไปได้ ยิ่งมีการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ก็จะทำให้คุณมีภาระหนี้เพิ่ม ซึ่งหากคุณเกิดปัญหาเกี่ยวกับการชำระหนี้อีก ก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อทรัพย์สินของคุณเอง


ดังนั้น เมื่อคุณผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้จะต้องพิจารณาว่า จะให้โอกาสคุณในการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่หรือไม่ ถ้าให้โอกาสคุณก็จะมีความสามารถในการหาเงินมาชำระคืนได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปฟ้องคดีต่อศาลเป็นคดีแพ่ง นั่นเพราะการฟ้องศาลเป็นคดีแพ่ง สิ่งแรกที่คุณต้องเสีย ก็คือ สูญเสียความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ สิ่งที่ตามมาก็คือ เสียเงินค่าวางศาล เสียเงินค่าทนายความ และเสียเวลาในการดำเนินคดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี

 

ถึงแม้จะจบคดีแล้ว แต่ก็ต้องไปสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก หลังจากนั้นต้องไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้มาขายทอดตลาด ในกรณีนี้ก็หาคนซื้อทรัพย์ยากเช่นกัน กว่าเจ้าหนี้จะได้เงินคืนอาจจะใช้เวลานานมาก แต่สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งลูกหนี้ และเจ้าหนี้ แต่การปรับโครงสร้างหนี้ก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียค่ะ ทั้งนี้คุณต้องพิจารณาเปรียบเทียบเอาเองว่า คุณจะได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในครั้งนี้หรือไม่


ข้อดีของการปรับโครงสร้างหนี้

สามารถยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไปได้ กรณที่คุณไม่สามารถชำระได้ตามข้อสัญญาครั้งแรก และเป็นการรวมหนี้ บางธนาคาร หรือเจ้าหนี้บางแห่ง อาจจะมีข้อเสนอพิเศษ ให้คุณรวมหนี้บัตรเครดิตกับสินเชื่อส่วนบุคคล มาเป็นยอดหนี้เดียวกัน และคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าเดิม

ข้อเสียของการปรับโครงสร้างหนี้

การทำสัญญาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ทางเจ้าหนี้เดิมจะรวมยอดหนี้ทั้งหมด บวกกับดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าทวงถามต่าง ๆ ที่ลูกหนี้หยุดชำระหนี้มาเป็นยอดใหม่ และทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 12% ต่อปี ผู้ที่ได้รับประโยชน์สุดสุดก็คือเจ้าหนี้ โดยไม่ต้องนำเงินมาจ่ายให้กับคุณเพิ่ม แต่เป็นการต่อยอดหนี้ให้กับลูกหนี้ออกไปอีก

สำหรับการรวมหนี้ โดยนำหนี้บัตรเครดิต มารวมกับสินเชื่อส่วนบุคคล และนำยอดทั้งหมดมาทำสัญญาใหม่

ในตอนที่คุณทำสัญญาคุณมีความสามารถและยังจ่ายไหว แต่พอระยะเวลาหนี้ คุณอาจติดปัญญาจนไม่สามารถชำระได้ตามที่ตกลงไว้ ทางเจ้าหนี้จะใช้สัญญาฉบับใหม่ในการส่งฟ้อง โดยการฟ้องจะไม่ใช้สัญญาเก่าของหนี้แต่ละตัว และทำให้พอถึงตอนถูกฟ้องคุณไม่มีข้อต่อสู้ เนื่องจากเป็นสัญญาใหม่ และทำได้เพียงยื่นคำให้การต่อสู้เพื่อขอระยะเวลาเท่านั้น เมื่อศาลนัดครั้งท่ 2 ก็จะต้องไกล่เกลี่ย แต่ยอดหนี้ก็ไม่สามารถลดลงได้ เนื่องจากเจ้าหนี้ทำสัญญาใหม่ดอกเบี้ยต่ำ ลูกหนี้จะหมดข้อต่อสู้

 

ในกรณีหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล 

มีอายุความต่างกัน การคิดดอกเบี้ยก็อยู่ในอัตราที่ต่างกัน ในปัจจุบันคุณก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีเงินชำระหนี้ในกรณีที่มีหนี้หลายตัว ก็ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ และหากจะปรับโครงสร้างหนี้ก็ควรเป็นเฉพาะหนี้แต่ละตัว เนื่องจากเจ้าหนี้ในปัจจุบันมีการปล่อยทั้งบัตรเครดิต และสินเชื่อ เวลาเสนอปรับโครงสร้างหนี้ก็จะเสนอให้เห็นว่า คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่ในความเป็นจริงนั่นไม่ใช่ค่ะ เพราะคุณก็ยังมีหนี้ที่ต้องชำระอยู่ และหากลองคำนวณดี ๆ คุณอาจจะเสียเปรียบเจ้าหนี้ก็ได้


อย่างไรก็ตามหากมีการฟ้องแล้วไปไกล่เกลี่ยที่ศาล และมีการตกลงชำระหนี้ตามที่ตกลงกันที่ศาล และมีการบันทึก ก็ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว หากคุณไม่สามารถชำระหนี้ก็มีผมาถึงการอายัดทรัพย์ อายุเงินเดือนเร็วขึ้น ซึ่งทั้งนี้เราก็อยากให้คุณคิดและดูรายละเอียดข้อตกลงต่าง ๆ ให้ดี เน้นให้ดูเกี่ยวกับยอดหนี้ ในกรณียอดหนี้สูง คุณควรยื่นคำให้การต่อสู้เพื่อจะได้ใช้ระยะเวลาในการเก็บเงิน และสุดท้ายคุณก็สามารถชำระหนี้ได้เช่นเดียวกันค่ะ

1489101175

งดใช้งดจ่ายแค่เดือนละ 500 บาท มีเงินใช้ในอนาคตแน่นอน

ในแต่ละวัน หรือทั้งเดือน คุณมีค่าใช้จ่ายเป็นแบบไหน ประเภทแรก ประหยัด มัธยัสถ์ รู้จักกินรู้จักใช้รู้จักอดออม หรือประเภทหลัง ช้อปๆๆจนหยดสุดท้าย เงินเดือนไม่เคยพอ จ่ายแบบเอาเป็นเอาตาย มารู้ตัวอีกทีก็เงินแทบหมด กินมาม่ารอคอยเงินเดือนออกต่อไป หากใครเป็นแบบแรกก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณน่าจะมีชีวิตที่ดีทางด้านการเงินในอนาคตแน่นอน แต่หากใครมีนิสัยเป็นแบบที่สอง อนาคตทางการเงินของคุณดูเหมือนจะมืดมน แต่หากเรารู้ตัวว่าเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

จะดีกว่าไหมถ้าสามารถแปลงค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหล่านี้มาเป็นเงินลงทุน เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับเราในอนาคต ซึ่งจะมีวิธีการอย่างไร สามารถลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลงเท่าไรถึงจะนำเงินมาลงทุนได้  ลองดูไปด้วยกัน

ลองสำรวจค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในชีวิตประจำวัน

เริ่มจากการสำรวจค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในชีวิตประจำวันของเรากันก่อน เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้แอบแฝงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย โดยเราอาจไม่รู้ตัวหรือคาดไม่ถึงมาก่อน ทั้งนี้ผู้ชายและผู้หญิงอาจมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่แตกต่างกัน เช่น ผู้ชาย มักมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ค่าไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าบุหรี่ ค่าน้ำมันรถ ส่วนผู้หญิง มีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อย่าง ค่าช้อปปิ้งเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอาง ค่ารองเท้า ค่ากระเป๋า เป็นต้น  สำหรับค่าใช้จ่ายแบบนี้ หากลองมานั่งจดรายจ่ายที่เกิดขึ้น จะเห็นว่าเดือนหนึ่งๆเราหมดเปลืองไปกับค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหล่านี้เป็นหลักพันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลย


เมื่อเราเห็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแบบนี้ บางทีก็น่าเสียดายเหมือนกัน แต่แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสักนิด ไม่ใช่ทั้งหมดด้วยซ้ำ ปรับลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สักเดือนละ 500 บาทเท่านั้น ไม่มากเท่าไรเลย แล้วนำเงินนั้นมาลงทุนในกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยที่เราไม่ต้องไปดึงเงินส่วนอื่นมา เพียงแค่นี้ก็จะมีเงินงอกเงย เพิ่มพูนขึ้น แถมผลตอบแทนในส่วนของกำไรที่ได้รับยังไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย


ผลของการลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

ลองมาดูกัน หากเราสามารถลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลงได้เพียงเดือนละ 500 บาท แล้วนำเงินนี้มาลงทุนในกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ

 สมมติ เรารับความเสี่ยงได้ปานกลาง ก็ให้ลงทุนในกองทุนผสมอันเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ กองทุนแบบนี้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี และเมื่อเวลาผ่านไป เงินส่วนนี้ก็จะงอกเงยมากขึ้นดังนี้


  • ระยะเวลาที่ลงทุน 5 ปี          ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  34,003 บาท
  • ระยะเวลาที่ลงทุน 10 ปี        ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  77,642 บาท
  • ระยะเวลาที่ลงทุน 15 ปี        ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  133,645 บาท
  • ระยะเวลาที่ลงทุน 20 ปี        ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  205,517 บาท
  • ระยะเวลาที่ลงทุน 25 ปี        ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  297,755 บาท
  • ระยะเวลาที่ลงทุน 30 ปี        ยอดเงินลงทุนที่ได้เมื่อครบระยะเวลา  416,130 บาท

เมื่อเห็นผลการลงทุนแบบนี้แล้ว บอกเลยว่าเป็นเงินไม่ใช่น้อย ดังนั้นใครที่อยากมีเงินเก็บ อยากให้มีเงินงอกเงย ออกดอกออกผลมากขึ้นเรื่อย ๆโดยที่ไม่ได้กระทบรายจ่ายในชีวิตประจำวันอะไร ก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้กัน เพราะแค่จุดเล็กๆจากการประหยัดเงินฟุ่มเฟือย เพียงแค่เดือนละ 500 บาท อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เรามีเงินออม มีเงินลงทุนงอกเงยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่หลักหมื่นแต่มากถึงหลักหลายแสนเลยทีเดียว ซึ่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับเราได้ในอนาคตแน่นอน


ข้อแนะนำสำหรับการลงทุน

ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขของกองทุนรวมที่สนใจก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

ควรลงทุนในกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน จะให้ดีควรหักอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร เพื่อที่จะสร้างวินัยในการลงทุน ซึ่งก็จะส่งผลดีในอนาคได้มากทีเดียว


ข้อแนะนำสำหรับคนที่ตัดใจเก็บออมไม่ได้ แม้แต่ 500 บาท

สำหรับคนที่เก็บออมไม่ได้เลยแม้แต่เงินสัก 500 บาทต่อเดือน คุณไม่ได้แปลกประหลาดเป็นอยู่คนเดียว เพราะมีมนุษย์เงินเดือนมากมายที่ไม่สามารถทำได้ แต่ไม่เป็นไร เรามีวิธีมาบอก ทำตามนะ ถ้าอยากให้อนาคตทางการเงินดีขึ้น


  1. ปรับทัศนคติว่าเราสามารถออมได้ เนื่องจากคนที่เก็บเงินไม่ได้ส่วนใหญ่มักคิดว่ารายจ่ายมาก ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าส่งบ้าน ค่าส่งรถ ค่ากิน ค่าข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว แบบนี้จะเอาเงินที่ไหนมาออม ขอให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เป็น ฉันจะต้องออมตั้งแต่วันนี้ ไม่เช่นนั้นฉันจะตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆแบบไม่มีเงินเก็บออมไปตลอดชีวิต และเมื่อวันที่แก่ตัวลงหรือวัยเกษียณจะลำบากหากไม่มีเงินอยู่เลย
  2. หักดิบให้หักเงินจากธนาคารเข้าบัญชีเก็บ หรือเข้ากองทุน 500 บาทไปเลย โดยให้ทำใจว่าเงินนี้ไม่มีตั้งแต่แรก นั่นคือ ถ้ามีเงินเดือน 20,000 บาท ก็ถือว่าเรามีเงินเดือนเพียง 19,500 บาท แค่นี้ก็สบายใจไม่ต้องกังวลถึงเงินส่วนนี้แล้ว

 

ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ กับการวางแผนอนาคตเพื่อให้มีเงินเหลือใช้อย่างไม่ลำบาก ใครที่ชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ลองทำตามวิธีเหล่านี้กันดู แล้วคุณจะมีเงินเก็บอย่างน่าพอใจแน่นอน
1487199951

เคล็ดลับประสบความสำเร็จก่อนอายุ 30

เชื่อแน่ว่าใครๆก็ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งประสบความสำเร็จได้ไวตั้งแต่อายุน้อยๆเท่าไรได้ยิ่งดี เพราะมันหมายถึงช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตมักจะสุขสบายตามไปด้วย แต่วิธีการที่จะได้มาซึ่งความสำเร็จมันไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องลงมือคิดและทำด้วยตัวเองด้วยความไม่ย่อท้อ สำหรับวัยรุ่นที่อยากถึงเป้าหมายความสำเร็จเร็วๆก่อนอายุ 30 วันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอก ค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิด ตามนี้เลย

1.มีความคิดสร้างสรรค์

นั่งว่างๆลองคิดดู ว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่เราทำอยู่ มันดูโดดเด่น น่าสนใจ จับต้องได้ และมีสไตล์ชัดเจนกว่าคนอื่น หากเป็นสินค้าก็จะทำยังไงจึงจะทำรูปแบบให้ออกมาโดนใจ ใครเห็นก็อยากหยิบอยากซื้อ อยากถามอยากคุยกับเรา ซึ่งหากทำได้ก็เท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่ง


2.รับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบและจัดการมันได้

ยิ่งคนเราโตขึ้นประสบการณ์ชีวิตก็จะยิ่งมาก บางสถานการณ์แย่ๆเข้ามาจนเราแทบจุก แต่ก็อย่าได้คิดหนี ถอยหลัง หรือท้อถอย หัดรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่เข้ามาให้ได้ อย่างที่ปราชญ์ว่ากันว่า ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ในโอกาสย่อมมีหนทาง และในหนทางมักมีความฝัน สุดท้ายในความฝันก็จะมีความจริง ก้าวผ่านให้ได้สุดท้ายมักจะหอมหวานเสมอ

3.กล้าทำและมั่นใจในสิ่งที่ทำเมื่อคิดว่าดีแล้ว

หากสิ่งที่เราตั้งใจทำเป็นสิ่งที่ดี ถูกต้อง และให้ประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น อย่าไปมัวกล้าๆกลัวๆ กลัวคนนั้นคนนี้จะว่า ให้ทำไปเลย แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆไม่ใช่ว่าสิ่งนั้นไม่ดี ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ส่งผลกระทบให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน แล้วมาเข้าใจเข้าข้างตัวเองว่าทำดีแล้วถูกแล้ว แบบนี้ไม่เอานะ


4.หากไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก ให้รักในสิ่งที่ทำ

เชื่อว่าทุกคนในโลกนี้อยากทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักและสนใจทั้งนั้น อย่างคนจบบัญชีแล้วมาทำธุรการ หรือคนจบศิลปะต้องมาเป็นเด็กเสริ์ฟร้านอาหาร เป็นต้น แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ ชีวิตก็ต้องการงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ก็อย่าได้มัวเลือกอยู่ เพาะถ้ารอก็อาจต้องหางานที่รักไปตลอดชีวิต ดังนั้นทางที่ดีคืออย่าเสียเวลาไปตามหางานที่เรารัก แต่ให้รักงานที่ทำอยู่ให้มากๆ เท่านั้นเอง อีกทั้งพยายามนำศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้ สุดท้ายคุณก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพ เพราะงานที่ทำอยู่กลายเป็นงานที่คุณรักไปแล้ว


5.ไม่ยอมแพ้เมื่อเจอปัญหา

มีหลายๆคนบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จได้ต้อง ทั้งถึก ทั้งอดทน ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาที่เจอ และพร้อมต่อสู้ได้ทุกเมื่อ อีกทั้งตั้งใจที่จะแก้ปัญหานั้นๆ เนื่องจากโอกาสในชีวิตคนเราไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ ดังนั้น คนที่ประสบความสำเร็จหรือชนะก็อาจไม่ได้มาจากความเก่งกาจหรือฉลาด หากแต่มันมาจากการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆเท่านั้นเอง แต่ยังไงหากปัญหายิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ยิ่งสู้ยิ่งหาทางออกไม่เจอ ก็อาจถอยมาตั้งหลักบ้างก็ดีเหมือนกัน

เคล็ดลับแค่ 5 ข้อเท่านั้น คิดว่ามันจะไม่ยากเกินความพยายามแน่นอน ลองทำดูเพื่อการประสบความสำเร็จของคุณ!!! รับรองเลยว่าคุณจะพบกับความสำเร็จที่น่าพอใจอย่างแน่นอน ลองทำตามกันดูนะ
1483914758

3 วิธีเลี้ยงลูกอย่างประหยัด ในยุคเศรษฐกิจรัดตัว

ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ถ้าเราประหยัดอะไรได้ก็ควรช่วยกันประหยัด เนื่องจากรายจ่ายในอนาคตนั้นมีมากมาย เด็ก ๆ วันนึงใช้เงินเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือค่ากินอยู่ในแต่ละวัน เห็นเงียบ ๆ แต่ว่าเป็นตัวดึงค่าใช้จ่ายอย่างมาก เพราะเราต้องเตรียมวัตถุดิบดี ๆ ให้กับลูก ผักสด ผลไม้ก็จะมีราคาแพงมากกว่าทั่ว ๆ ไป ทั้งยังต้องเตรียมเสื้อผ้า ที่มีขนาดโตขึ้นในทุก ๆ วันอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนอยากนำเสนอวิธีประหยัดง่าย ๆ ดังนี้

ใช้สำลีแช่น้ำแทนการใช้ทิชชู่เปียก (เมื่ออยู่บ้าน)

ทิชชู่เปียกสำเร็จรูปห่อหนึ่งราคาสูง ถ้ายี่ห้อดี ๆ ก็จะเหยียบ 100 บาท แต่ยี่ห้อพวกนี้จะมีการทำให้บางลง เอาไว้ใช้นอกบ้านเพื่อความสะดวก แต่ถ้าอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมกระป๋องพลาสติก และสำลีสี่เหลี่ยมไว้สำหรับแช่น้ำได้ อาจจะทำวันเว้นวัน เพื่อใช้เช็ดก้น หรือเช็ดปากหลังกินข้าวโดยใช้น้ำดื่ม น้ำต้มสุก วิธีทำง่ายมาก แค่ฉีกสำลีเป็น 2 ชิ้นวางสลับไขว้และเทน้ำให้พอชื้นตาม ก็จะได้สำลีเปียกใช้ที่บ้านประหยัดเงิน สำลีสี่เหลี่ยมตรารถพยาบาลห่อใหญ่ราคา 45 บาท ใช้ได้เป็นเวลานานเลยทีเดียว

ใช้น้ำยาซักผ้าเด็กไม่ต้องเยอะ

น้ำยาซักผ้าใช้เพียง 1 – 2 ปั๊มก็เพียงพอ เพราะเด็กเล็กหรือเด็กทารก เน้นซักน้ำได้ ซักน้ำสบู่ไม่ต้องเยอะมาก แต่เรานำมาซักน้ำสะอาดซัก 2 รอบเพื่อความสะอาดและตากแดดจะดีกว่า เพราะแสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าบ้านไม่มีแดดก็ใช้เครื่องอบผ้า และนำไปผึ่งลมอีกซักรอบ


ทำกับข้าวกินเองที่บ้าน

การไปกินข้าวนอกบ้านนั้นใช้เงินอย่างต่ำ 500 – 600 บาทต่อมื้อ นอกจากค่าอาหารที่มีราคาแพงแล้ว ยังต้องมีค่าบริการ (Service charge) อีก 10% และ ค่าภาษี (Vat) อีก 7% เรียกได้ว่าบวกเพิ่มไปอีกเกือบ 20% แต่ว่าถ้าเราซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองที่บ้านจะช่วยประหยัดเงินได้มาก ยกตัวอย่างเช่น 300 บาท กินได้ 3 วัน (3 มื้อ) ที่บ้าน เป็นมื้ออาหารประเภทสุกี้น้ำใส่หมูใส่กุ้งได้ อีกตัวอย่างนึงคือไข่ตุ๋น ถ้าเราทำกินเองที่บ้านราคาไข่ตุ๋นจะไม่เกิน 10 บาท แต่ถ้าไปกินข้างนอกก็จะประมาณ 70 – 80 บาท ดังนั้นถ้าอยากประหยัดเงินการทำกินเองที่บ้านก็เป็นตัวเลือกที่ดี

พาลูกเที่ยวไทยแบบไม่แพง

อาจจะพาลูกไปเที่ยวสวนสาธารณะ ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่มีที่ให้ลูกวิ่งเล่น มีสนามเด็กเล่นให้ลูกเราได้เล่นออกกำลังกายแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้เห็นต้นไม้ใบไม้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้ชมนกนมไม้ สอนคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้กับลูกได้มากมาย

หรือจะพาลูกไปเที่ยวทะเล ตามชายหาดบางแสน หรือ ชายหาดในค่ายทหารก็มีความสะอาด เข้าได้ไม่แพงเช่นกัน ลูก ๆ ได้เล่นทราย เล่นน้ำทะเล เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

กินนมแม่แทนการกินนมผง

กรณีที่คุณแม่มีนมแม่อยู่เป็นเรื่องดีที่จะให้ลูกกินนมแม่ต่อไป เพราะนอกจากจะดีต่อลูกมีภูมิคุ้มกันให้ลูกไม่ป่วยง่ายแล้วยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย เพราะนมผง 1 กระป๋องราคาประมาณ 3 – 4 ร้อยบาท สัปดาห์หนึ่งกิน 1 กระป๋องได้ ค่าใช้จ่ายจุดนี้จะสูงมาก ดังนั้นนมแม่ดีที่สุดในแง่ประโยชน์และแง่การประหยัดเงิน

ใช้ผ้าอ้อมผ้าแทนการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (เมื่ออยู่บ้าน)

เมื่ออยู่บ้านคุณลูกอาจจะใช้กางเกงอยู่บ้านธรรมดา อาจจะปล่อยให้ฉี่ราดบ้าง หรืออาจจะใช้ผ้าอ้อมพันไว้ บางทีอาจจะเตรียมกางเกงใส่สบาย ๆ ไว้จำนวนหนึ่ง (ประมาณ 10 ตัว) คอยเปลี่ยน แต่ต้องคอยไปล้างก้นเพื่อป้องกันก้นแดง เพราะปัสสาวะจะกัดเนื้ออ่อน  ๆ ของเด็กน้อย แต่ว่าจะประหยัดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้มาก ๆ ตกชิ้นละประมาณ 10 กว่าบาท ยกเว้นเวลานอนตอนกลางคืนอาจจะใส่ผ้าอ้อมกันไว้เพื่อไม่ให้เปื้อนเลอะเทอะ
1483656642

แนะกลยุทธ์ปี 2560 เลือกงานอย่างไรให้ชีวิตดี

ปีใหม่เมื่อใด ทุกคนก็อยากจะทำอะไรใหม่ให้กับชีวิตของตัวเองบ้าง อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้ก็อยากจะเปลี่ยนแปลง ถ้ามีอะไรที่คอยขัดขวางหรือฉุดรั้งให้ชีวิตเราไม่ได้เดินหน้าต่อไปก็อยากจะขจัดปัดเป่ามันให้ออกไปจากชีวิต บางคนเลือกจัดบ้านหรือจัดห้องนอนใหม่ บางคนเลือกซื้อของขวัญให้ตัวเองเป็นของใช้ชิ้นใหม่ อาจเป็นของชิ้นใหญ่อย่างรถยนต์ มือถือหรือเป็นของใช้ส่วน อย่างเสื้อผ้าหรือรองเท้า หลายคนเลือกไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนให้เหมือนเป็นการชาร์ตแบตพร้อมรับกับชีวิตใหม่ในปีใหม่นี้

หนึ่งเรื่องสำคัญมากของชีวิตคนเราก็คือเรื่องงาน ในแต่ละวันเราต้องใช้เวลากับการทำงานมากถึงเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตเราเลยทีเดียวหรือมากกว่านั้น ปีใหม่นี้มีหลายคนที่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นด้วยการมองหาโอกาสในเรื่องงานใหม่ ๆ งานที่ท้าทายขึ้น งานที่เราจะได้ใช้ความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม งานที่มั่นคงขึ้น งานที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเราให้สุขและสมดุล

แต่การเปลี่ยนงานก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ก่อนคิดจะเปลี่ยนงานหรือลาออกเราควรต้องหางานใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้เสียก่อน และต้องเลือกงานโดยพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัยให้ถี่ถ้วนก่อน บทความเราในวันนี้ เราจะแนะกลยุทธ์ให้กับผู้ที่กำลังมองหางานใหม่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะว่าควรจะต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง

บริษัทหรือองค์กรที่มีความมั่นคง

บริษัทที่ก่อตั้งมายาวนาน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีความมั่นคงทางธุรกิจและการเงินย่อมหมายถึงความมั่นคงในหน้าที่การงานของเราด้วย การเปลี่ยนงานบ่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ถ้าจะต้องเปลี่ยนงานสักครั้งก็ควรเลือกงานที่มีความมั่นคงก็ย่อมดีกว่า การเลือกทำงานในองค์กรที่ใหญ่มีความมั่นคงยังทำให้มีโอกาสทำงานกับคนที่หลากหลาย ได้รู้จักคนมากขึ้น มีสังคมที่กว้างขึ้น ซึ่งก็หมายถึงโอกาสต่าง ๆ ในอนาคตที่จะเข้ามาในชีวิตของเราด้วย องค์กรใหญ่ที่มั่นคงส่วนใหญ่จะมีการจัดการงานที่เป็นระบบระเบียบ ซึ่งก็จะทำให้หน้าที่ของงานถูกกำหนดชัดเจน มีขอบเขตของงานที่ต้องรับผิดชอบที่แน่นอน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ก้าวเข้าสู่วัยกลางคนต้องเร่งสร้างความมั่งคงให้กับครอบครัว ก็ยิ่งควรเลือกทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับหน้าที่การงานของเราด้วยค่ะ

งานที่มีโอกาสก้าวหน้า

ตำแหน่งงานที่เราสมัครหรือแผนกที่เราทำงานด้วยจะต้องมีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อมกับบริษัท เป็นงานที่เราได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ตามความถนัด เช่น ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษเก่งก็ควรเลือกทำงานกับองค์กรข้ามชาติที่มีทีมงานเป็นชาวต่างชาติ เพื่อที่เราจะได้ใช้ความถนัดทางด้านภาษาของเราอย่างเต็มที่ หรือถ้าเราเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น ก็ควรเลือกทำงานในตำแหน่งที่เปิดโอกาสให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ อย่าเลือกงานหรือตำแหน่งงานที่จำกัดความสามารถของเราอยู่แค่ในขอบเขตของงานเท่านั้น

เงินเดือนและสวัสดิการ

แม้เงินเดือนจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก ๆ ของการเปลี่ยนงาน แต่เราก็ควรพิจารณาด้วย อย่างน้อยเงินเดือนควรต้องมากกว่าที่ทำงานเก่า โอกาสในชีวิตที่คนเราจะได้อัพเงินเดือนขึ้นได้มาก ๆ ก็จากการเปลี่ยนงาน เมื่อเข้าไปทำงานแล้วเงินเดือนที่ตกลงไว้ตั้งแต่เริ่มจะเป็นฐานเงินเดือนสำหรับการปรับขึ้นเงินเดือนในปีต่อ ๆ ไป บริษัทใหม่ควรมีสวัสดิการต่าง ๆ ที่จำเป็นให้กับพนักงานด้วย เช่น โบนัส เงินล่วงเวลา กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สวัสดิการเงินกู้ เงินช่วยเหลือพนักงาน การฝึกอบรม ทุนการศึกษา สวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต วันหยุดพักผ่อนประจำปี ทริปท่องเที่ยวประจำปีของบริษัท ส่วนลดผลิตภัณฑ์ของบริษัท ฯลฯ หลายคนเปลี่ยนงานโดยลืมมองเรื่องของสวัสดิการไป เพราะคิดว่าไม่เป็นไรได้เงินเดือนมากอยู่แล้ว เมื่อเข้าทำงานไปสักพักเราจะรู้สึกได้เมื่อต้องเปรียบเทียบกับเพื่อนที่ทำงานในบริษัทที่ได้รับสวัสดิการที่ดีกว่า

การเดินทางสะดวก

ที่ทำงานคือสถานที่ที่เราต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการเลือกงานก็คือเรื่องการเดินทางไปกลับจากที่ทำงานต้องสะดวก ถ้าเลือกที่ทำงานใกล้บ้านได้ก็จะยิ่งดีมาก ทุกวันเราจะไม่ต้องตื่นเช้ามืดเพื่อเลี่ยงรถติด หรือเมื่อเลิกงานกลับถึงบ้านก็ยังมีเวลาทำอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวได้บ้าง ไม่ใช่กว่าจะถึงบ้านก็มืดค่ำถึงเวลานอนอย่างเดียว ไหนจะต้องเหนื่อยเรื่องงานแล้วยังต้องเหนื่อยเรื่องการเดินทางอีก เรื่องการเดินทางถ้าบริษัทใหม่มีรถไฟฟ้าผ่านด้วยก็จะยิ่งดีมาก งานที่เดินทางสะดวกไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาเดินทางแต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับที่ทำงานด้วย ค่าใช้จ่ายนี้หากคิดเป็นต่อเดือนหรือต่อปีจะเห็นว่าไม่น้อยเลย

เวลาการทำงาน

ถ้าเราต้องการสร้างสมดุลระหว่างงานและครอบครัว ปัจจัยเรื่องเวลาการทำงานก็ถือว่าสำคัญที่เราต้องมองด้วย บางบริษัททำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนบางบริษัททำงานวันจันทร์ถึงเสาร์ หรือวันอาทิตย์ด้วยก็มี เลือกให้ดีเพราะเมื่อได้เข้าไปทำงานจริง ๆ แล้วจะได้ไม่เครียดเรื่องต้องแบ่งเวลาระหว่างงานและครอบครัวค่ะ

นี่แหละค่ะกลยุทธ์ในการเลือกงานเพื่อให้ชีวิตดีสำหรับปี 2560 เรื่องงานเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญในชีวิตของเรานะคะ การเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำได้บ่อย ๆ ก่อนเปลี่ยนงานจึงควรเลือกให้ดี เลือกให้มั่นคง เลือกให้ตรงความสามารถ เลือกให้ชีวิตสมดุล แล้วชีวิตก็จะดีและมีความสุข ขออวยพรให้ทุกคนที่กำลังหางานในปีใหม่นี้ ได้งานที่ดีมีโอกาสก้าวหน้ามั่นคงและได้เงินเดือนเยอะ ๆ กันค่ะ
1482971474

มาตรการหยุดยั้งความเป็นสายเปย์ รีบหยุดก่อนหมดตัว!

หลายคนอาจจะสงสัยว่า การเป็นสายเปย์นั้นต้องทำอย่างไร มันคือการเลี้ยงคนอื่นแบบจัดหนักจัดเต็มหรือเปล่า ขอบอกเลยว่า คำว่า สายเปย์ เป็นคำที่มีความหมายมากกว่านั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้เงินเพื่อเลี้ยงคนอื่น แต่มันหมายถึงการใช้จ่ายแบบจัดหนัก จัดเต็มในทุกกรณี ทั้งแบบมีเหตุผลและไม่มีเหตุผล ถ้าเป็นแบบมีเหตุผลก็อย่างเช่น เราต้องการกระเป๋าสักใบหนึ่งมาไว้ใช้งาน เนื่องจากของเดิมพังไปแล้ว แต่แทนที่จะซื้อรุ่นที่มีราคาพอประมาณ เรากลับต้องไปยึดติดว่าจะต้องซื้อรุ่นที่ดีที่สุด แพงที่สุด ทั้ง ๆ ที่รุ่นต่ำกว่าที่มีราคาถูกกว่า ก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ต่างกัน ส่วนในกรณีของการใช้เงินแบบไม่มีเหตุผล ก็อย่างเช่น เราเดินเข้าไปในห้าง แล้วเจอกระเป๋าหลุยส์รุ่นใหม่ก็เกิดความอยากได้และซื้อมาด้วยราคาแพงในทันที ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ในบ้านมีกระเป๋าหลุยส์อยู่เต็มไปหมด แถมยังไม่ได้ใช้งานจนครบทุกใบเลย อย่างนี้เป็นต้น

การทำตัวเป็นสายเปย์ถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนหลายคนไม่มีเงินเก็บเหลือ เนื่องจากเป็นรูปแบบการใช้เงินที่จ่ายหนัก จัดเต็ม หลายคนที่ทำตัวเป็นสายเปย์ในช่วงต้นเดือน พอถึงปลายเดือนต้องมานั่นเครียดเพราะไม่มีเงินเหลือ ต้องใช้ชีวิตอย่างอด ๆ อยาก ๆ ยากลำบากสุด ๆ บางคนพอเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ก็บังเกิดความคิดว่า เดือนหน้าฉันจะไม่ใช้เงินเยอะอีกแล้ว แต่พอขึ้นเดือนใหม่ก็กลับไปมีพฤติกรรมอย่างเดิมอีก เนื่องจากนิสัยความเป็นสายเปย์มันซึมเข้ากระแสเลือดเสียแล้ว เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถลด ละ เลิก ความเป็นสายเปย์ได้

ขั้นตอนแรกของมาตรการการลด ละ เลิก ความเป็นสายเปย์ ก็คือ ให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเสียใหม่

โดยปกติผู้ที่เป็นสายเปย์มักจะมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง คือ เมื่อเลิกงานจะต้องแวะไปที่นั่นที่นี่ หรือไม่ก็ต้องนัดเพื่อนมาปาร์ตี้ ลองเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ คือ เลิกงานแล้วก็กลับบ้านเลย คิดซะว่ารีบกลับบ้านไปทานข้าวกับพ่อและแม่ หรือไม่ก็พกพางานกลับไปทำที่บ้านด้วย และถ้าเพื่อนคนไหนโทรมาชวนไปปาร์ตี้หรือไปเที่ยวที่ไหน ก็บอกไปเลยว่ากำลังประหยัดอยู่ ยังไม่ต้องชวนไปไหนในช่วงนี้ หรือไม่ก็บอกว่าวันนี้มีงานยุ่ง เลยรีบกลับบ้าน ลองหยุดอยู่บ้านบ่อย ๆ ให้ติดเป็นนิสัย รับรองเลยว่าหากเราเลิกงานแล้วรีบกลับบ้าน ไม่ไปแวะเที่ยวที่ไหน เงินของเราจะมีเพิ่มขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ จนอาจจะเกิดความคิดขึ้นมาเลยว่า แล้วก่อนหน้านี้เราเอาเงินไปใช้อะไรหนักหนา

การลด ละ เลิกความเป็นสายเปย์ขั้นต่อมา คือ ลองเปลี่ยนแนวคิดในการซื้อของเสียใหม่

จากเดิมที่ซื้อของแต่ละทีต้องเน้นแต่คุณภาพของที่ดีที่สุด จนบางทีต้องจ่ายแพงทั้งที่ไม่จำเป็น มาเป็นการเลือกซื้อของที่มีทั้งคุณภาพและราคา ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจะซื้อกระเป๋า แต่เดิมอะไร ๆ ก็ต้องหลุยส์ กุชชี่ ที่ราคาหลาย ๆ หมื่น อาจจะลองเปลี่ยนมาซื้อพวกกระเป๋าทำมือ OTOP ฝีมือชาวเขาที่ราคาอยู่แค่หลักร้อย แต่ก็มีรูปแบบอันประณีต สวยงามและทนทานไม่ต่างกันแทน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แต่เดิมอะไร ๆ ก็ต้องยี่ห้อดัง ราคาแพง ๆ อาจจะลองเปลี่ยนมาซื้อยี่ห้อรองลงมาที่มีราคาถูก แต่ก็มีคุณภาพไม่ต่างกันมากนักแทน แต่อย่าซื้อแบบเอาราคาถูกเข้าว่านะ เพราะบางทีของราคาถูกเกินไปก็ไร้คุณภาพ ซื้อมาแล้วพังง่าย กลายเป็นว่าต้องซื้อของใหม่บ่อย ๆ สิ้นเปลืองหนักเข้าไปอีก

การลด ละ เลิก ความเป็นสายเปย์อีกขั้นหนึ่ง หลังจากที่ผ่านมาแล้ว 2 ขั้นตอนด้วยกัน นั่นก็คือ การหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ซื้อของมากเกินความจำเป็น

ในขั้นนี้อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยสำหรับใครหลายคน แต่รับรองว่าหากผ่านขั้นนี้ไปได้ เราจะกลายเป็นผู้ซึ่งรู้จักการใช้เงิน แล้วเลิกเป็นสายเปย์ได้อย่างถาวร สำหรับวิธีการปฏิบัติก็ไม่ยุ่งยากอะไร แค่ห้ามใจให้ได้หากไปเจอของที่อยากได้เข้า อย่างสมมุติเราไปเจอกับกระเป๋ากุชชี่ออกใหม่ ในขณะที่ในบ้านเราก็มีกุชชี่อยู่เต็มบ้านอย่างนี้ เราก็อาจจะพิจารณาเสียใหม่ ว่ากระเป๋าที่เรากำลังอยากได้อยู่ในขณะนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราหรือเปล่า หากซื้อไปแล้วจะได้ใช้งานหรือไม่ พยายามคิดทบทวนตามความเป็นจริง อย่าเอาความอยากได้ของตัวเองเป็นที่ตั้ง แล้วเราก็จะหมดความอยากได้ในกระเป๋าใบนั้นไปเอง เป็นต้น จงใช้กระบวนการคิดเช่นนี้ทุกครั้ง เมื่อเราเกิดความอยากได้อะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต แต่หากเป็นพวกของที่ระลึกตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งเป็นของทางใจ ไม่ใช่ของใช้สอยอย่างนี้ เราก็อาจจะพิจารณาดูว่า ของที่ระลึกดังกล่าวนั้นมีราคาที่สมเหตุสมผลหรือเปล่า แพงเกินไปหรือไม่ หากมีราคาแพง แล้วมีอะไรที่คุ้มราคาบ้าง อะไรอย่างนี้เป็นต้น

มาตรการหยุดยั้งความเป็นสายเปย์ ก็มีอยู่ทั้งหมด 3 ขั้นตอนดังที่กล่าวมา ใครที่รู้ตัวว่ากำลังเป็นพวกจ่ายหนัก จัดเต็ม ก็ลองเอาวิธีการเหล่านี้ไปทำตามดู อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นสายเปย์อยู่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้ตนไม่มีเงินเก็บและส่งผลเสียต่อการดำรงชีวิตในอนาคตได้

1482273334

11 วิธีในการสร้างรายได้ขณะที่คุณยังนอนหลับ

จะเป็นเรื่องที่ดีแค่ไหน ? ที่คุณสามารถหาเงินหรือสร้างรายได้ แม้ในยามที่คุณยังนอนหลับ  คงจะเป็นการนอนหลับที่มีความสุขจริงๆในชีวิต  เพราะการสร้างงานหรือสร้างรายได้  เป็นเรื่องที่คุณต้องทุ่มเททั้งด้านเวลาและกำลังในการสร้างธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุดและดีที่สุด จนบางครั้งคุณอาจไม่มีเวลาได้พักผ่อนในวันหยุดหรือนอนหลับได้อย่างเต็มตา ด้วยภาระหน้าที่ และความคาดหวังในการสร้างธุรกิจให้ได้รับความสมบูรณ์ที่สุด

แต่นับจากนี้ต่อไป คุณอาจเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถดำเนินการในการจัดการธุรกิจได้ดังตั้งใจ พร้อมการได้พักผ่อนในวันหยุดที่แสนยาวนาน หรือนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ด้วย 

11 วิธีในการสร้างรายได้ขณะที่คุณยังนอนหลับ

1.เริ่มต้นการสร้างบล็อก   (Start a blog.)

นี่ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะถือเป็นการเริ่มต้นในการสร้างรายได้พิเศษด้วยขั้นตอนง่ายๆและเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ไม่สูงมากนัก นั่นคือการสร้างบล็อก เพียงการซื้อโดเมนของตัวเอง คุณอาจต้องเรียนรู้ในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจในการสร้างสรรค์บทความและแบ่งปันเนื้อหาเพื่อสร้างบล็อกที่น่าติดตาม สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มต้นสร้างรายได้พิเศษจากบล็อกของคุณ  ได้แก่

  • สร้างรายได้จากหาคอมมิชชั่นจากพันธมิตร  การสร้างการผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆให้เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ
  • ขายสินค้า  หากเว็บไซต์ของคุณได้รับความนิยมและน่าติดตามอย่างโดดเด่นเป็น Website Traffic  ก็สามารถขายโฆษณาบนเว็บไซต์ของคุณได้
  • หาสปอนเซอร์  เป็นส่วนหนึ่งในการได้รับการสนับสนุนจากโลโก้บนเว็บไซต์ของคุณซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการขายโฆษณานั่นเอง

2.การขายสินค้าด้วยข้อมูลของคุณเอง (Sell your own information product.)

หากคุณมีความสามารถในการเริ่มต้นการขายสินค้าและบริการด้วยข้อมูลของคุณเอง การสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจ เช่นeBook หรือ วิดีโอเพื่อนำเสนอการขายสินค้าและบริการด้วยข้อมูลของคุณอย่างสร้างสรรค์และแตกต่าง คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ข้อมูลแต่มันสามารถสร้างประโยชน์ต่อการสร้างรายได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

3.การได้รับค่าลิขสิทธิ์ (Earn royalties.)

หากคุณเป็นคนที่มีความสามารถแบบเฉพาะตัว  เช่น นักแสดง นักดนตรี หรือนักเขียน คนสามารถได้รับค่าลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์ผลงานจากการทำงานของคุณ

4.การสร้างเครือข่ายของสมาชิก (Create a membership community.)

หากคุณสามารถมีอำนาจต่อรองในการสร้างเครือข่ายของสมาชิกในการจ่ายค่าบริการรายเดือนที่จะได้รับเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงและข้อมูลที่จะไม่สามารถใช้ได้กับบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ก็เป็นการสร้างแรงจูงใจที่ให้เกิดรายได้เช่นกัน

5.การติดตั้งระบบตอบรับอัตโนมัติ (Install an auto responder.)

สำหรับรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่พบได้บ่อยคือ  Autoresponders  เพื่อขายบริการผลิตภัณฑ์หรือการสมัครเป็นสมาชิก  กล่าวคือ เป็นที่ที่มีผู้ใช้ใส่อีเมลของพวกเขาในเว็บไซต์ของคุณ แล้วพวกเขาก็จะได้รับอีเมลอัตโนมัติมีการเชื่อมโยงในการดาวน์โหลดผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลที่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับการติดตามด้วยอีเมล เป็นต้น

6.Flip websites

การสร้างสรรค์เว็บไซต์ที่ดี ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก ด้วยการสร้างธุรกิจการขายโดเมนเนมหรือเว็บไซต์ แล้วเข้าไปจดทะเบียนในตลาด เช่น Flippa  ที่เป็นตลาดซื้อ-ขายเว็บไซต์ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอยู่ในขณะนี้


7.ขายสินค้าทางกายภาพ (Sell physical products.)

หากคุณมีบล็อกของคุณแล้ว คุณมีโอกาสในการสร้างสรรค์ในการนำเสนอวิธีการเพื่อสร้างรายได้อย่างหลากหลาย  เช่นการขายสินค้ามือสองที่เป็นของเก่าหรือของสะสม เช่น ช่องทางของ  eBay หรือ Amazon เป็นต้น

8.การลงทุนในตลาดหุ้น (Invest in stocks or shares.)

การลงทุนในตลาดหุ้น เป็นวิธีหนึ่งที่รับความนิยมในการสร้างรายได้ ซึ่งในปัจจุบันมีช่องทางที่สะดวกสามารถทำได้ง่ายทางอินเทอร์เน็ตซึ่งคุณสามารถวิเคราะห์และลงทุนหุ้นด้วยตัวของคุณเอง

9.การให้กู้ยืมเงิน Peer-to-peer 

เป็นการกู้ยืมเงินระหว่างผู้กู้และนักลงทุน โดยตรงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านรูปแบบของ Mobile Application หรือ Online Website  โดยผู้ประกอบการทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจขอกู้ยืมเงินและนักลงทุนที่ต้องการจะลงทุน

10.ให้เช่าทรัพย์สิน (Rent out property.)

ต้องขอบคุณเว็บไซต์ Airbnb  เป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้ใครก็ได้ในโลกมาลงโฆษณาห้องของตัวเองที่ว่างอยู่ให้กับนักเดินทางทั่วโลกได้เข้าพัก (ขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปที่อื่น)  นอกจากนั้นยังให้เช่าที่จอดรถหรือพื้นที่สำนักงานที่ไม่ใช้แล้ว ถือเป็นการสร้างรายได้เสริมที่ดี เพียงคุณรู้จักที่จะวางแผนโฆษณาเท่านั้น


11.เป็นพ่อค้าคนกลาง ( Hire a middleman.)

นอกจากนั้นคุณยังสามารถเป็นพ่อค้าคนกลางในการนำเสนอการบริการหรือการทำงานโฆษณาให้กับบริษัทอื่นๆ เพื่อได้รับรายได้ การเริ่มต้นในการมองหาการบริการที่คุณสามารถเป็นคนกลางในการติดต่อด้านการตลาดให้บริการเหล่านี้ ก็เป็นการสร้างรายได้พิเศษที่น่าสนใจ

พอจะมีไอเดียในการสร้างสรรค์รายได้แบบพิเศษได้อย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ทุกเวลาแม้ในขณะที่คุณยังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนอันแสนอบอุ่น เพียงคุณรู้จักที่จะเรียนรู้ช่องทางที่คุณสามารถทำได้อย่างเหมาะสม คุณก็ย่อมได้รับรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่ยาก
1481841714

ใช้ “บัตรเครดิต” ตลอด ควรใช้อย่างไร ไม่ให้เป็นหนี้?

หากพูดถึงเรื่องราวของการใช้ “บัตรเครดิต” นั้น แน่นอนครับว่า เพื่อนๆ คงรู้จักกันดี และในสมัยนี้ก็เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากว่า การใช้บัตรเครดิตทดแทนการใช้เงินสดนั้น สะดวกกว่า ติดตามการใช้จ่ายได้ดีกว่า อันตรายน้อยกว่า เพราะไม่ต้องพกพาเงินสดจำนวนมากๆ แถมเป็นการสร้างประวัติเครดิตได้ดี รวมไปถึงคะแนนสะสม หรือผลตอบแทนต่างๆ อาทิ เงินคืน หรือการสะสมไมล์อีกด้วย แต่กระนั้น บางครั้ง ด้วยความสะดวกที่มากเกินไป หากเราใช้บัตรเครดิตอย่างไม่ระวังเราอาจจะเพลินจนเกิดหนี้สินบัตรเครดิตได้นะครับ เพราะกฎทองที่สำคัญที่สุดก็คือ ผลประโยชน์จากบัตรเครดิตทั้งหมดข้างต้น จะหายวับไปกับตา ถ้าเราเป็นหนี้

  1. ตั้งหักบัญชีออมทรัพย์อัติโนมัติ (Direct Debit)

หากคุณคิดว่า คุณไม่ใจแข็งหรือมีวินัยสูงพอ ที่เมื่อบิลบัตรเครดิตออกทุกครั้ง คุณจะกดเงินออกไปจ่ายตรงเวลาทุกครั้ง และทุกรอบบัญชี วิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณได้ก็คือ การตั้งหักบัญชีออมทรัพย์อัติโนมัติ (Direct Debit) ทันทีที่บิลบัตรเครดิตออกนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการหักจากบัญชีเงินเดือน หรือบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามสะดวก โดยทำเรื่องกับทางธนาคารที่เป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตครับ วิธีนี้แน่นอนครับ เพื่อนๆ จะไม่ลืมจ่ายและต้องมาเสียดอกเบี้ยทบเป็นรายวันงอกเงยจนกลายเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโตในอนาคตอย่างแน่นอน


  1. ติดตามการใช้จ่าย และจดบันทึกอยู่เสมอ

ปัจจุบันนี้มีแอพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือมากมายครับ ที่ทำให้เราสามารถจดบันทึกรายรับรายจ่ายในชีวิตประจำวันได้ง่ายนะครับ ซึ่งหากเพื่อนๆ ไม่อยากจดบันทึกรายจ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นรายวัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าทุกครั้งที่จบสัปดาห์ ให้เพื่อนๆ นำสลิปบัตรเครดิตมารวมกัน และจดบันทึกเข้าไปในแอพลิเคชั่นเหล่านั้น เพื่อนๆ ก็จะรู้ครับว่าในขณะนี้ ใช้บัตรเครดิตไปจำนวนเท่าไหร่แล้ว และมากเกินไปหรือไม่ นอกจากนี้ เมื่อจบเดือน ก็ควรรีวิวรายจ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ดี เทียบกับเดือนก่อนๆ และดูรายจ่ายผ่านบัตรเครดิตเฉลี่ยในทุกๆ เดือน เพียงแค่นี้ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็อยู่ในการควบคุมของคุณแล้วครับ

 

  1. มีเงินเก็บสำรองกันไว้

นอกจากเงินเก็บเอาไว้ใช้ยามเกษียณระยะยาวแล้ว เพื่อนๆ หลายคนคงมีเงินเก็บเอาไว้กรณีฉุกเฉินไว้แล้วนะครับ แต่ทางที่ดี ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินแนะนำว่า ให้มีอีกบัญชีหนึ่ง กันเงินเอาไว้สำรอง หากมีเดือนไหนที่เราต้องมีการรูดบัตรเครดิตมากกว่าปกติ อาทิ ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมบ้าน เจ็บป่วย ก็จะได้เอาเงินในส่วนนี้ในการจ่ายบัตรเครดิตส่วนที่เกินจากปกตินั่นเองครับ จะได้ไม่ไปรบกวนกองทุนเงินในกรณีฉุกเฉิน และกองทุนเพื่อใช้ยามเกษียณนั่นเองครับ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ กับเคล็ดลับ 3 ข้อง่ายๆ ที่จะทำให้เพื่อนๆ สามารถมีความสุขกับความสะดวกสบายในการใช้บัตรเครดิตได้อยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงจากการเป็นหนี้บัตรเครดิตได้ด้วย

- 1 - - 2 - - 3 - - 4 - - 5 - - 6 - - 7 - - 8 - - 9 - - 10 - - 11 - - 12 -